สภาพสุขาภิบาลและการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง (ซาลบูทามอล) ของเนื้อสุกรในตลาดสดเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
สุขาภิบาลตลาดสด, สารเร่งเนื้อแดง (ซาลบูทามอล), สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพสุขาภิบาลและการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง (ซาลบูทามอล) ของเนื้อสุกร และเพื่อประเมินสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาด (เขียงสะอาด) ในตลาดสดเขตเทศบาลนครนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) ตัวอย่างตลาดสดจำนวน 9 แห่ง ใช้ศึกษาการพัฒนาและยกระดับตลาดสด และการศึกษาสุขาภิบาลสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาด (เขียงสะอาด) และแบบประเมินพัฒนาและยกระดับตลาดสดน่าซื้อ (ตล. 1) และ (2) ตัวอย่างเนื้อสุกร จำนวน 60 ตัวอย่าง ใช้ศึกษาการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง เครื่องมือที่ใช้ คือ ชุดทดสอบสารเร่งเนื้อแดง และ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติความถี่ ร้อยละ
ผลการศึกษา พบว่า ตลาดสดทั้ง 9 แห่ง เป็นตลาดสดที่มีเลขที่ใบอนุญาตและผ่านเกณฑ์การประเมินของการพัฒนายกระดับตลาดสดน่าซื้อ (ตล.1) ทั้งหมด ผลการตรวจประเมินสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาด พบว่า มีตลาดสด 8 ใน 9 แห่งผ่านเกณฑ์การประเมิน (ร้อยละ 88.9) และตรวจพบการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกรทุกตัวอย่าง
จากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า เนื้อสุกรที่จำหน่ายในเขตตลาดสดเทศบาลนครนครราชสีมา ยังมีการปนเปื้อนของสารเร่งเนื้อแดง แม้ว่าจะมีมาตรการต่าง ๆ ในทางกฎหมายเพื่อควบคุมดูแลการปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางแก่ผู้จำหน่ายเนื้อสุกร ให้เลือกซื้อเนื้อสุกรจากโรงฆ่าและชำแหละสุกรที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภคได้
เอกสารอ้างอิง
เจนจีรา สีดาจิตร์ และอุไรวรรณ อินทร์ม่วง. (2556). เปรียบเทียบการดำเนินงานตลาดสดน่าซื้อในตลาดที่ผ่านเกณฑ์และตลาดสดที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตลาดสดน่าซื้อ : กรณีศึกษา ตลาดสดในพื้นที่จังหวัดเลย. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. 8 (23), 1-10.
ญาณิศา ศรีใสและสุดาวดี ยะสะกะ. (2559). สถานการณ์การสุขาภิบาลอาหาร บริเวณรอบ ๆ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารควบคุมโรค. 42 (4), 327-336.
วัฒน์วิทย์ นาคต้อย และคณายศ กริอุณะ.(2556). การเฝ้าระวังการใช้สารเร่งเนื้อแดงในจังหวัดเลย ระหว่างปี 2550-2555.
[ออนไลน์] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 12 กันยายน 2561] เข้าถึงได้จาก http://region4.dld.go.th/ webnew/ images/ stories/vichakarn/v27-12-59.pdf
วารุณี ชลวิหารพันธ์, ดวงกมล นุตราวงศ์ และณัฐ สวาสดิรัตน์. (2558). การศึกษาสถานการณ์สารเร่งเนื้อแดง (เบต้าอะโกนิสต์)ตกค้างในเนื้อสุกร เขตพื้นที่จังหวัดสระบุรี. วารสารอาหารและยา. 22(1), 19-26.
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ.(2562). สถานการณ์อุตสาหกรรมสุกรและแนวโน้มปี 2562. [ออนไลน์] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ19 กุมภาพันธ์ 2562] เข้าถึงได้ จาก https://www.swinethailand.com/17054275/สถานการณ์อุตสาหกรรมสุกรและแนวโน้ม-ปี-2562
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.(2561). สารเร่งเนื้อแดง (ซาลบูทามอล)(สารกลุ่มเบต้าอะโกนิสท์). [ออนไลน์]. ม.ป.ป.[เข้าถึงเมื่อ 20 กันยายน 2561] เข้าถึงได้จาก http://elib.fda.moph.go.th/library/ default.asp? page2= subdetail&id _L1=27&id_L2=15590&id_L3=3087
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา. (2562). สถิตจำนวนปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา. [ออนไลน์] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ15 มีนาคม 2562] เข้าถึงได้ จาก https://pvlo-nak.dld.go.th/data/lives_dld/data_dld.htm
สำนักงานสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แบบประเมินเกณฑ์มาตรฐาน ตลาดสด น่าซื้อ (แบบตล.1). [ออนไลน์] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 10 สิงหาคม 2561] เข้าถึงได้จาก https://foodsanold.anamai.moph.go.th /download/D_market/2017/form%20market.pdf
สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์. (2561). แบบประเมินสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สะอาด (เขียงสะอาด). [ออนไลน์] ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 3 กันยายน 2561] เข้าถึงได้จาก http://pvlonak.dld.go.th/project/chop_ block53/manual.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น