ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมป้องกันดูแลตนเองจากอาการบาดเจ็บจาก การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาในนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
คำสำคัญ:
ความรู้, พฤติกรรม, การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา, นักศึกษาพยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมป้องกันอาการบาดเจ็บและดูแลตนเองจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ชั้นปีที่ 1-4 ภาคปกติ ปีการศึกษา 2/2563 จำนวน 393 คน ทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองการบาดเจ็บ ส่วนที่ 3 ทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลตนเองจากการบาดเจ็บ และส่วนที่ 4 พฤติกรรมการป้องกันและดูแลตนเองจากการบาดเจ็บ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย ร้อยละ 55.70 อายุเฉลี่ย 20.83 ± 2.17 ปี ส่วนใหญ่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 ร้อยละ 36.90 และเกือบครึ่ง (ร้อยละ 49.60) สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร้อยละ 92.10 ไม่เคยมีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและออกกำลังกายในปัจจุบัน สำหรับด้านความรู้ พบว่า นักศึกษามีความรู้อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 63.36 รองลงมาคือมีความรู้ในระดับดี ร้อยละ 31.55 และมีความรู้ในระดับควรปรับปรุงเพียงร้อยละ 5.00 สำหรับด้านทัศนคติ ส่วนใหญ่นักศึกษามีทัศนคติอยู่ในระดับดี ร้อยละ 78.10 รองลงมาคือระดับปานกลาง เพียงร้อยละ 21.90 และมีพฤติกรรมป้องกันและดุแลอาการบาดเจ็บอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 57.50 รองลงมาคือมีพฤติกรรมอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 42.50
ประโยชน์ของการศึกษาในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านกิจการและสวัสดิการนักศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของนักศึกษาต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรรัช มากเจริญ. (2558). พฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์. 10(2), 38-47
จรัสศรี ศรีโภคา, วรศิษฎ์ ศรีบุรินทร์, อาทิตย์ ปัญญาคำ. (2563). ความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. 14(50), 97 – 105.
ฉลอง อภิวงค์. (2554). พฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาพลศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ
วิภาวี ลักษณากร, รัตนา วิเชียรศิริ, นลินทิพย์ ตำนานทอง. (2551). ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อการบาดเจ็บของนักวิ่งเพื่อสุขภาพในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร. 18(2), 42-46.
อรรถพร มงคลภัทรสุข, คมศักดิ์ สินสุรินทร์, ภิญญดา วราธนะเกษม, ปรรณกร สังข์นาค, ลออรัตน์ สุทธิวิริยะกุล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการบาดเจ็บรยางค์ขาในนักวิ่งมาราธอน การศึกษาเชิงสำรวจในกรุงเทพฯ มาราธอน 2013. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา. 18(2), 73-80.
Bustos, A.O., Belluscio, V., Camomilla, V., Lucangeli, L., Rizzo, F., Sciarra, T., et al. (2021). Overuse-related Injuries of the musculoskeletal system : systematic review and quantitative synthesis of Injuries, locations, risk factors and assessment techniques. Sensors. 21(7), 2438. doi: org/10.3390/s21072438
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychology testing. 5th ed. New York : Harper Collins PublishersInc.
Gao, Y., Cai, W., Gao, L., Wang, J., Liang, J., Kwok, H., et al. (2018). Physical activity-related injuries among university students: a multicentre cross-sectional study in China. British Medical Journal. 21(9):e021845. doi: 10.1136/bmjopen-2018-021845
Gilchrist, J., Jones, B.H., Sleet, D.A., Kimsey, C.D. (2000). Exercise-related injuries among women: strategies for prevention from civilian and military studies. Morbidity and Mortality Weekly Report. 49(RR-2), 15–33.
Hootman, J.M., Macera, C.A., Ainsworth, B.E., Martin, M., Addy, C.L., Blair, S.N. (2001). Association among physical activity level, cardiorespiratory fitness, and risk of musculoskeletal injury. American Journal of Epidemiology. 154(3),251–258.
Lauersen, J.B.,Bertelsen, D.M., Andersen, L.B. (2014). The effectiveness of exercise interventions to prevent sports injuries: a systematic review and meta-analysis of randomised controlled trials. British Journal of Sports Medicine. 48(11), 871–877. doi:10.1136/bjsports-2013-092538
Lemoyne, J., Poulin, C., Richer, N., Bussières, A. (2017). Analyzing injuries among university-level athletes: prevalence, patterns and risk factors. Journal of the Canadian Chiropractic Association. 61(2), 88-95.
Polit, D.F. and Beck, C.T. (2008) Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 8th Edition. Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins : Philadelphia.
Putri, S., Sumartini, S., Sulastri, A. Nurfatin, L. Students knowledge about handling sport injuries. (2017). [Conference: 2nd International Conference on Sports Science]. Health and Physical Education. 446-449. doi:10.5220/0007062804460449
Rosa, B.B., Asperti, A.M., Helito, C.P. , Demange, M.K. , Fernandes, T.L. , Hernandez, A.J. et al. (2014). Epidemiology of sports injuries on collegiate athletes at a single center. Acta Ortopedica Brasileira. 22(6),321-4. doi: 10.1590/1413-78522014220601007
Sammito, S., Gundlach, N., B¨ockelmann, I. (2016). Injuries caused during military duty and leisure sport activity. Work. 54(1), 121-126.
Wang, K.M., Lin, Y.H., Huang, Y.C. (2012).The knowledge and attitude of sports injury prevention and management of senior high school athletes in Taiwan. International Journal of Sport and Health Science. 10(20), 12-22.
Saxby, L. and Wilkinson, M. (2021). Causes and prevention of running-related injury: an engineering perspective. International Journal of Sports and Exercise Medicine. 7(2), 1-12. doi : 10.23937/2469-5718/1510185
Yamane T. (1973). Statistic: an introductory analysis. 3rded. New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น