ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, บุคคลากรทางการแพทย์, การปฏิบัติงานบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา และเปรียบเทียบความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 94 คน ด้วยการกำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้ โปรแกรม G*Power ทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามกลุ่มงานที่ปฏิบัติงานจริง เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือน มกราคม–มีนาคม 2566 โดยใช้แบบสอบถามซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) แบบสอบถามภูมิหลัง 2) แบบประเมินความรอบรู้ด้านปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติ Mann-Whitney U-test และ Kruskal-Wallis Test
ผลการวิจัย พบว่า ภาพรวมความรอบรู้ด้านการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์อยู่ในระดับ พอเพียง ( x̄ =3.13 S.D.=.50) ในขณะที่เมื่อวิเคราะห์รายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับ พอเพียงเช่นกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ การนำความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติงานไปใช้ การเข้าถึงและความเข้าใจความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปฏิบัติงาน (x̄ =3.20 S.D.=.61) (x̄ =3.15 S.D.=.61) (x̄=3.10 S.D.=.59) ตามลำดับ โดยเมื่อการเปรียบเทียบภาพรวมความรอบรู้ด้านการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ กับภูมิหลังพบว่า ตำแหน่งการปฏิบัติงาน กับภาพรวมและการเข้าถึงความรอบรู้ด้านการปฏิบัติงาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ดังนั้นโรงพยาบาลบางคล้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน สามารถหาแนวทางเพื่อพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติงาน และด้านความเข้าใจและการการตัดสินใจในการปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับเพียงพอและนำมาพัฒนาต่อให้อยู่ในระดับดีเยี่ยม เพื่อการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลให้เกิดการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กมลรัตน์ แนวบรรทัด และทิฆัมพร พันลึกเดช. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขในการทำงาน ของบุคลากรสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์, 7(2), 1-12.
กัลยาณี ตันตรานนท์, อนนท์ วิสุทธิ์ธ นานนท์, วีระพร ศุทธากรณ์ และ คณะ. (2563) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพของ ประชากรวัยทำงาน ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่. วารสาร สาธารณสุขล้านนา. 16 (2).
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง และนฤมล ตรีเพชรศรีอุไร.(2554). ความฉลาดทางสุขภาพ กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (พิมพ์ครั้งที่ 1 ). กรุงเทพฯ: นิวธรรมดาการพิมพ์.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ : เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ : อมรินทร์.งานประกันสุขภาพ. (2565). ข้อมูลบุคลากรในสังกัดโรงพยาบาลบางคล้า. ฉะเชิงเทรา: โรงพยาบาลบางคล้า.
จเกศบุญชู เกษมพิพัฒน์พงศ์และธานินทร์ สุธีประเสริฐ.(2558) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคของบุคลากรโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี.วารสารวิชาการสาธารณสุข. 24:41-9.
ฉัตร์สกุล แมบจันทึก และ ลัฆวี ปิยะบัณฑิตกุล (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ทางสุขภาพและ ปัจจัยส่วนบุคคลกับพฤติกรรมสุขภาพผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา. ROMPHRUEK JOURNAL, 40(1), 195-220.
ชินตา เตชะวิจิตรจารุ, อัจฉรา ศรีสุภรกรกุล, และสุทัตตาช้างเทศ. (2561). ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ กับความฉลาดทางสุขภาพ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. Journal of The Royal Thai Army Nurses, 19, 320-332.
ณัฐพันธุ์ ตติยาภรณ์, ธนายุ ภู่วิทยาธร และนิตย์หทัย วสีวงศ์สุขศรี. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างความสมดุลของชีวิตกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ต, 12(1), 21-43.
ธีราเมษฐ์ จิราวุฒิพันธ์,ศิริรัตน์ ปานอุทัย และเดชา ทําดี. (2564). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการจัดการตนเอง ใพระสงฆ์สูงอายุโรคเรื้อรังหลายโรคร่วม. Nursing Journal, 49(3), 42-55.
นัชชา เรืองเกียรติกุล (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทย. Journal of The Department of Medical Services, 47(1), 80-86.
เบญจวรรณ พูนธนานิวัฒน์กุล, อรุณี ยันตรปกรณ์, ปาริชาติ จันทร์เที่ยง, เฉลิมชัย เพาะบุญ และนลิน ภัสร์รตนวิบูลย์สุข. (2564). ปัจจัยมีที่มีอิทธิพลต่อระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อการดูแลสุขภาพตัวเอง ของประชาชนในกลุ่มวัยทำงาน. วารสาร สาธารณสุข และ วิทยาศาสตร์ สุขภาพ, 4(3), 187-203.
เพ็ญแข ไพเราะ.(2553) การศึกษาระดับคุณภาพชีวิต การทํางานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ประจําสถานีอนามัยในสังกัดสํานักงานสาธารณสุขอําเภอเมืองขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ปริญญาอนามัยสิ่งแวดล้อมมหาบัณฑิต]. ขอนแก่น:มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 138.
มนตรี นรสิงห์ และสุทธิพันธ์ ถนอมพันธ์. (2562).ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิต กรณีศึกษาโรงพยาบาลนครพิงค์.รายงานการวิจัย. โรงพยาบาลนครพิงค์. เชียงใหม่.
วิมลรัตน์ บุญเสถียร และอรทัย เหรียญทิพยะสกุล. (2563). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ. APHEIT Journal of Nursing and Health, 2(1), 1-19.
ศิริรัตน์ สอนเทศ ,นันทพร แสนศิริพันธ์ และจิราวรรณ ดีเหลือ (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ กับ ความรอบรู้ด้านสุขภาพบิดาในผู้จะเป็นบิดา. Nursing Journal, 48(4), 217-229.
สหัทยา ถึงรัตน์. (2556). การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในเขตเทศบาลเมืองอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี. ปัญหาพิเศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ : มหาวิทยาลัยบูรพา.
แสงเดือน กิ่งแก้ว และนุสรา ประเสริฐศรี. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางสุขภาพ และ พฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรังหลายโรค. Nursing Journal of The Ministry of Public Health, 25(3), 43-54.
สร้อยนภา ใหมพรหม และ วิภาวดี ลี้มิ่งสวัสดิ์. (2563). ความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ดูแลผู้ป่วยเด็ก โรคลมชัก. Journal of Sports Science and Health, 21(2), 269-282.
สมเกียรติยศ วรเดช,ปุญญพัฒน์ ไชยเมล์ ,เรืองฤทธิ์ สุวรรณรัตน์ และดวงพร ถวัลย์ชัยวัฒน์ (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากรด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลกงหรา จังหวัดพัทลุง. Journal of Health Science-วารสาร วิชาการ สาธารณสุข, 262-272.
อารีย์ แร่ทอง. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพแล พฤติกรรมสุขภาพ 3 อ 2 ส ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านกรณีศึกษา ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช Journal of Department of Health Service Support-วารสาร วิชาการ กรม สนับสนุน บริการ สุขภาพ, 15(3).
อรวรรณ นามมนตรี. (2561). ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy). Thai Dental Nurse Journal, 29(1), 122-128.
Alsahafi, Y. A., Gay, V., & Khwaji, A. A. (2022). Factors affecting the acceptance of integrated electronic personal health records in Saudi Arabia: The impact of e-health literacy. Health Information.
Eneanya, N. D., Winter, M., Cabral, H., Waite, K., Henault, L., Bickmore, T., ... & Paasche-Orlow, M. K. (2016). Health literacy and education as mediators of racial disparities in patient activation within an elderly patient cohort. Journal of health.
Protheroe, J., Whittle, R., Bartlam, B., Estacio, E. V., Clark, L., & Kurth, J. (2017). Health literacy, associated lifestyle and demographic factors in adult population of an English city: a cross‐sectional survey. Health Expectations, 20(1), 112-119.
Schaffler, J., Leung, K., Tremblay, S., Merdsoy, L., Belzile, E., Lambrou, A., & Lambert, S. D. (2018). The effectiveness of self-management interventions for individuals with low health literacy and/or low income: a descriptive systematic review. Journal of general internal medicine, 33(4), 510-523.
Van Der Heide, I., Wang, J., Droomers, M., Spreeuwenberg, P., Rademakers, J., & Uiters, E. (2013). The relationship between health, education, and health literacy: results from the Dutch Adult Literacy and Life Skills Survey. Journal of health communication, 18(sup1), 172-184.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น