การพัฒนารูปแบบการจัดบริการเพื่อลดระยะเวลารอคอยของแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนามน จังหวัดกาฬสินธุ์

ผู้แต่ง

  • กฤษฎา วรรณจักร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • สงครามชัยย์ ลีทองดีศกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • พัดชา หิรัญวัฒนกุล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

คำสำคัญ:

ลดระยะเวลารอคอย, พัฒนารูปแบบการให้บริการ, แผนกผู้ป่วยนอก

บทคัดย่อ

วิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR ) ใช้แนวคิดของ Kemmis & McTaggart (1998) มี 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติ (Action) การสังเกตการณ์ประเมินผล (Observation) และสะท้อนผล (Reflection) ดำเนินการ 1 วงรอบ และนำแนวคิดของลีน (Lean) มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดบริการเพื่อลดระยะเวลารอคอยของแผนกผู้ป่วยนอก กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นผู้เข้ารับบริการในแผนกผู้ป่วยนอก จำนวน 105 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) กลุ่มที่ 2 กลุ่มสหวิชาชีพที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาจำนาน 32 คน  เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบบันทึกเวลาการใช้บริการ  วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด และสถิติเชิงอนุมาน ใช้ Paired Sample t-test เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลารอคอยเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจ ก่อนและหลังการพัฒนารูปแบบการจัดบริการ

                ผลการศึกษา 1) สภาพปัญหาการจัดบริการในแผนกผู้ป่วยนอกพบว่าระยะเวลารอคอยนาน 169 นาที ซึ่งเกินมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ Hospital Accreditation (HA) กำหนดไม่เกิน 120 นาที 2) ผลจากการพัฒนารูปแบบการจัดบริการ มีการตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก และควบรวมขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนเข้าด้วยกันจาก 11 ขั้นตอนเหลือ 9 ขั้นตอนการให้บริการ 3) ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยในการเข้ารับบริการแผนกผู้ป่วยนอกลดลงจากเดิม 189.20 นาทีลดลง 121.33 นาที (P-value = < 0.001) 4) เมื่อเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจก่อนและหลังการพัฒนารูปแบบการจัดบริการพบว่ามีระดับความพึงพอใจเพิ่มมากขึ้น เดิมอยู่ระดับปานกลาง 3.29 เพิ่มเป็นระดับมากที่สุด 4.61 (P-value=<0.001) 

                ผลจาการวิจัยจะได้รูปแบบการให้บริการแบบใหม่ที่สามารถลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มระดับความพึงพอใจของผู้มารับบริการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของการให้บริการในหน่วยงานที่ให้บริการนั้นๆ ได้

เอกสารอ้างอิง

คัทลิยา วสุธาดา. (2560).การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อลดระยะเวลารอคอยการรับบริการในผู้ป่วยโรคเรื้อรังศูนย์สุขภาพ ชุมชนเมืองท่าช้าง จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี, 28(1), 80-89,

ธนวัฒน์ นันทสมบูรณ์.(2542). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนต่อการใช้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

วิชชุลดา ภาคพิเศษ และจันทรรัตน์ สิทธิวรนันท์. (2560). การนำระบบลีนมาประยุกค์ใช้ในงานบริการผู้ป่วยนอกของศูนย์บริการสาธารณส6ข 68 สะพานสูงวิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล องค์การมหาชน.(2563) การพัฒนามาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA). [สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2566]. แหล่งที่มา : https://www.ha.or.th/TH/Contents

สายชล คตวงค์. (2560). การพัฒนารปแบบการให้บริการเพื่อลดระยะเวลารอคอยรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกปีงบประมาณ 2559 โรงพยาบาลโนนสุวรรณ อําเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์,

อัจฉราวรรณ ศรสว่าง.(2564) ผลการใช้แนวปฏิบัติลดระยะเวลารอคอยแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. ปีที่ 6 ฉบับที่ 4. 181-189

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1982). The Action Research Planner. Victoria: Deakin University Press.

Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement. 30(3) : 607 – 610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-28

รูปแบบการอ้างอิง

วรรณจักร ก. ., ลีทองดีศกุล ส. ., & หิรัญวัฒนกุล พ. . (2023). การพัฒนารูปแบบการจัดบริการเพื่อลดระยะเวลารอคอยของแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนามน จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(3), 82–91. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/264795

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ