การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะในการป้องกันโรคมาลาเรีย ของกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา
คำสำคัญ:
โรคมาลาเรีย, เขตชายแดนไทย-กัมพูชา, ทหารพรานบทคัดย่อ
วิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบริบทการป้องกันโรคมาลาเรียของกำลังพลเฉพาะกิจทหารพรานที่ 23 (2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะในการป้องกันโรคมาลาเรีย (3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะในการป้องกันโรคมาลาเรีย ในกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 จำนวน 38 คนและเครือข่ายสุขภาพจำนวน 25 คน ใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะในการป้องกันโรคมาลาเรียซึ่ง ประกอบด้วย (1) กิจกรรมให้ความรู้ (2) กิจกรรมฝึกทักษะการป้องกันโรค (3) กิจกรรมทบทวนและประเมินผล เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและแบบสังเกตพฤติกรรม สถิติที่ใช้ ได้แก่ การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สถิติเชิงพรรณา และ Paired sample t-test
พบว่า (1) บริบทของหน่วยทหารตั้งอยู่ในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา การเข้าถึงระบบสุขภาพต้องผ่านโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก ขาดความตระหนักในการป้องกันโรคส่วนบุคคล (2) การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพทำโดยทีมเครือข่ายสุขภาพ นำไปใช้กับกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจ โดยการให้ความรู้ ฝึกการป้องกันตนเอง และติดตามโดยทีมสุขภาพ (3) คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้องกันโรคและการมีส่วนร่วม สูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะในการป้องกันโรคมาลาเรีย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
สรุปว่ารูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะดังกล่าว ทำให้ทหารตระหนักในการป้องกันโรคมาลาเรียมากขึ้นและควรขยายผลในหน่วยอื่นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช.(2564). แผนปฏิบัติการสาธารณสุขชายแดน.กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
ณฏฐพล คำรังษี. ผลของโปรแกรมการประยุกต์ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและการพัฒนาภาคีเครือข่ายโดยใช้ระบบสุขภาพหนึ่งเดียวต่อการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันตนเองของประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคมาลาเรียในพื้นที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น, 2561.
ประเสริฐ สุระพล. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคมาลาเรีย ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2561.
ยุธณา แดงนุ้ย.การมีส่วนร่วมของประชาชนในแผนพัมนาเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล.(วิทยานิพนธ์).สงขลา: มหาวิทยาลัยทักษิณ; 2554.
ศุภกร สุขประสิทธิ์. การพัฒนารูปแบบการควบคุมป้องกันโรคมาลาเรียในกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนอําเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเกริก, 2561.
สมหมาย งึมประโคน,จิระภา ศิริวัฒนเมธานนท์ และสมศักดิ์ ศรีภักดี.(2557). การพัฒนารูแบบการดำเนินงานปองกันโรคมาลาเรียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น 23(1) : 2557 : 35-44.
สุพจน์ รัตนเพียร.(2562). การพัฒนารูปแบบบริการเพื่อการจัดการโรคไข้มาลาเรีย บริเวณพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา จังหวัดตราด โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี.17(2);47-67.
สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช.(2564). แผนปฏิบัติการสาธารณสุขชายแดน. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค. ยุทธศาสตร์การกำจัดโรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย พ.ศ.2560-2569. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์, 2559.
สำนักระบาดวิทยา.(2564). สรุปรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำปี. เข้าถึงได้จาก http://www.boe.moph.go.th/Annual/AESR2021/in-dex.php
สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง. (2564). รายงานผู้ป่วยมาลาเรียประจำปี จังหวัดอุบลราชธานี.หน่วยควบคุมนำโดยแมลงอำเภอนาจะหลวย, 3(1);3042.
เอกราช พันธุลี และอารี บุตรสอน.(2565) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการติดเชื้อมาลาเรียของประชาชนในเขตอำเภอชายแดน ไทย-ลาว-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์.วารสารสาธารณสุขมูลฐาน(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) 37(2) : 24-33.
Kemmis, S.,&MCTaggart, R. (1982), The Action Research Planner, Victoria: Deakin University Press.
Orem DE. Nursing Concepts of Practice. 3rded. New York: Mc Graw Hill Book. 1985.
Thoits PA. 1986. Social Support as Coping Assistance. Journal of Consulting and Critical Psychology 1986;54: 416-23.
WHO.20 years global progress and challenges world malaria report, World malaria report 2020; 1-151.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น