ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ของผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอกุดข้าวปุ้น จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, ผู้สูงอายุ, โรคเบาหวานชนิดที่ 2บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คัดเลือกจากวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multiple-stage sampling) ตามเกณฑ์การคัดเข้า มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและหญิง ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้าครั้งสุดท้ายตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมเดซิลิตรขึ้นไป จำนวน 60 คน เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีค่าความตรงตามเนื้อหา เท่ากับ 1.00 แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s alpha) เท่ากับ 0.86 และ 0.89 ตามลำดับ แบบทดสอบความรู้มีค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.86 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน paired t-test และ Independent t-test
ผลการศึกษา พบว่าก่อนการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับไม่เพียงพอ (Mean=45.37, S.D.=4.59; Mean=45.36 1, S.D.=3.81 ตามลำดับ) หลังการทดลองกลุ่มทดลอง มีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ที่ระดับดี (Mean=79.46, S.D.=6.46) กลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับไม่เพียงพอ (Mean=45.19, S.D.=4.80) ก่อนการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับไม่เพียงพอ (Mean=37.23, S.D.=4.24; 36.06, S.D.=2.27 ตามลำดับ) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี (Mean=57.80, S.D.=3.70) ส่วนกลุ่มควบคุม มีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับไม่เพียงพอ (Mean=36.00, S.D.=1.96) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพหลังการทดลองสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 กลุ่มควบคุม พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพหลังการทดลองไม่แตกต่างกับก่อนการทดลอง สรุปจากผลการศึกษา สามารถนำโปรแกรมไปพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเบาหวานชนิดที่ 2 ให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมตลอดจนสามารถปฏิบัติตนให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ /สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค. (13 พฤศจิกายน 2565). สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. เข้าถึงได้จาก สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/181256/
กองสุขศึกษา. (2563). เกณฑ์ประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี : กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2559). การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มวัยเรียน กลุ่มวัยทำงาน. กรุงเทพ: กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (7 ธันวาคม 2565). รายงานผลการดำเนินงานพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ปี 2565. เข้าถึงได้จาก กองสุขศึกษา: http://www.hed.go.th/linkHed/448
ขวัญเมือง แก้วดำ เกิง, ดวงเนตร ธรรมกุล. การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในประชากรผู้สูงวัย. 2558: น.1-8)
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง, นฤมล ตรีเพชรศรีอุไร. ความฉลาดทางสุขภาพ. กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร; 2554.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.). (2562). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2562. กรุงเทพ: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
โรงพยาบาลกุดข้าวปุ้น. (2565). รายงานผู้ป่วยโรคเบาหวานอำเภอกุดข้าวปุ้น. อุบลราชธานี: เวชระเบียนโรงพยาบาลกุดข้าวปุ้น .
ศิราวัลย์ เหรา, และ นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์. (2563). การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 42.
สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ . (18 พฤศจิกายน 2562). สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ . เข้าถึงได้จาก Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ: https://www.hfocus.org/content/2019/11/18054
สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคลสำนักงาน ก.พ. (2561). สังคมผู้สูงอายุ. วารสารข้าราชการ, 6.
สุวิดา ลิ่มเริ่มสกุลและคณะ. (2564). ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุเบาหวานชนิดที่ 2. Nursing Science Journal of Thailand. 2022;40(1):84-98, หน้าที่ 85.
American Diabetes Association. (2008). Nutrition recommendations and interventions fordiabetes. Diabetes Care, 31(S1), 61-78.
American Diabetes Association. (2012a). Diagnosis and classification of diabetes mellitus.Diabetes Care, 33(S1), 62-69.
American Diabetes Association. (2012). Standard of medical care in diabetes-2012. Diabetes Care, 35(Suppl.1), s11-s63. doi:10.2337/dc12-s011
American Diabetes Association. (2012b). Standards of medical care in diabetes--2010. Diabetes Care, 33(S1), 11-61.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น