ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อ พฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • บุญไทย สีหิน หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • กุลชญา ลอยหา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • เด่นดวงดี ศรีสุระ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเอง , โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ , นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ เป็นการศึกษาเชิงกึ่งทดลอง โดยประยุกต์ใช้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองและแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ จำนวนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 80 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 40 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 40 คน กลุ่มทดลอง เป็นกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มเปรียบเทียบจะได้รับกิจกรรมตามปกติจากโรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และ Independent t-test ที่ระดับ p<0.05

                ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีระดับคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น ทั้งคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและระดับ p<0.05  สรุปได้โปรแกรมการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งทำให้ผลการวิจัยประสบความสำเร็จ และควรมีการขยายผลไปยังกลุ่มวัยรุ่นอื่นๆ ในพื้นที่

เอกสารอ้างอิง

กองระบาดวิทยากลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคเอดส์ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2565). องค์ความรู้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และสภานการณ์ในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงสาธารณสุข. (2564). การดำเนินงานแก้ไขปัญหาพฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่น. [Online]. ได้จาก: http://rh.anamai.moph.go.th/home/ Report/plan/.html [สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2564].

กุสุมาลย์ มีพืชน์, ฉันทนา จันทวงศ์ และ นิสากร กรุงไกรเพชร. (2561). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการ ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของนักเรียนอาชีวศึกษาเพศชาย จังหวัดจันทบุรี. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 32(3), 67-82.

เกศิณี วงศ์สุบิน,ขวัญเมือง แก้วดำเกิง, ธราดล เก่งการพานิช, และมณฑา เก่งการพานิช. (2559). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 33(3),196-209.

เฉวตสรร นามวาท และสุปิยา จันทรมณี. (2563). ผลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีกลุ่มนักเรียน ประเทศไทย พ.ศ. 2563. วารสารสำนักระบาดวิทยา, 22(4), 299-310.

นิตยา ศรไชย สุภาพร ใจการุณ และ กุลชญา ลอยหา. (2563). โปรแกรมสุขศึกษาในการสร้างเสริมทักษะชีวิตร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม เพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในโรงเรียนชีทวนวิทยาสามัคคี ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 5(3), 166-177.

ปุณยนุช สละชั่ว, รุ่งรัตน์ ศรีสุริยเวศน์ และพรนภา หอมสินธุ์. (2565). ผลของโปรแกรมพัฒนาความรอบรู้เท่าทันสื่อสุขภาพด้านเพศต่อการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์

ก่อนวัยอันควรในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 17(3), 244-253.

มณีรัตน์ เทียมหมอก และ เกศินี สราญฤทธิชัย. (2560). การพัฒนาแนวทางการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นในชุมชน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี, 33(3), 38-46.

รวิวรรณ ห้วยทราย ปรีย์กมล รัชนกุล และพวงผกา คงวัฒนานนท์. (2558). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นเร่ร่อนชาย. วารสารสภาการพยาบาล, 30(1), 29-40.

โรงพยาบาลโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. (2564). สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. โรงพยาบาลโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี.

วันวิสาข์ บัวลอย มณีรัตน์ ธีระวัฒน์ ภรณี วัฒนสมบูรณ์ และคณะ. (2557). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาเพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 20, 127-142.

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี. (2564). รายงานสถานการณ์การวางแผนครอบครัวประจำปี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี. (2564). สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จังหวัดอุบลราชธานี. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2564). วิเคราะห์สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย 2564. [Online]. ได้จาก: http://www.boe.moph.go.th/report.php?cat=19 [สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2564].

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. (2565). วิเคราะห์สถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย ปี 2664. [Online]. ได้จาก: http://www.aidsthai.org/article/view/302672 [สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2565].

อนุชิดา อายุยืน ปัณณทัต บนขุนทด ถาวรีย์ แสงงาม และคณะ. (2565). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาที่มีต่อทัศนคติในการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 37(3), 669-677.

Austrian, K., Soler-Hampejsek, E., Behrman, J. et al. The impact of the Adolescent Girls Empowerment Program (AGEP) on short and long term social, economic, education and fertility outcomes: a cluster randomized controlled trial in Zambia. BMC Public Health 20, 349 (2020). https://doi.org/10.1186/s12889-020-08468-0

Baokhumkong, C., Leetongdee, S., Rohitrattana, J., & Jaichuang, S. (2017). Factors Associated with Premature Sexual Activity among Early Adolescents in Ubon Ratchathani Province, Thailand. Journal of Health Research, 31(6), 465–471. Retrieved from https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jhealthres/article/view/104265

Cronbach, L. J. (1984). Essentials of psychological testing (4th ed.). New York, NY: Harper & Row.

Krejcie RV, Morgan DW. (1970). Determining Sample Size for Rearch Activities. Education. Psychological measurement.

Maneekul, J. (2011). Using facebook in teaching and learning of higher level. Research. Education Faculty Chaing Mai University.

Rosenstock, I.M., Strecher, V.J. and Becker, M.H. (1998) Social Learning Theory and the Health Belief Model. Health Education Quarterly, 15, 175-183.

Sukpitak Y. (2014). Empowerment technique for self-management of diabetes patients in accordance with the community life style. Journal of Health Science, 23(4), 649-658.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

สีหิน บ. ., ลอยหา ก. ., & ศรีสุระ เ. . (2024). ผลของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจตนเองต่อ พฤติกรรมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 13(2), 48–64. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/267067

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ