ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

ผู้แต่ง

  • วิรยา บุญรินทร์ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
  • สุพัตรา ขันชัย สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
  • ศิริวรรณ วรครุธ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
  • สุพรรษา ดวลสูง สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
  • แสงระวี ฮวดสี สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

คำสำคัญ:

นักศึกษาระดับปริญญาตรี, พฤติกรรม, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ประชากรคือนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 5 คณะ 1 วิทยาลัย สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 113 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ช่วงเดือนมีนาคม 2567 ถึง เดือนเมษายน 2567 วิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการประมาณค่าช่วงเชื่อมั่นที่ 95% Confidence interval วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson's Correlation Coefficient)

ผลการศึกษาพบว่าความรู้ไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่ทัศนคติมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่า ใน 1 เดือนที่ผ่านมานักศึกษา 7 ใน 10 คน มีพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก โดยมีระดับพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนัก อยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 2.46, SD= 1.46) (95%CI; 2.19, 2.73)  มีความรู้อยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 84.96 (95%CI; 10.17, 10.91) และมีทัศนคติอยู่ในระดับดี (Mean = 3.90, SD= 1.07) (95%CI; 3.70,4.09)

ผลการวิจัยนี้มีประโยชน์ในการพัฒนานโยบายและกลยุทธ์ในการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาที่มีความรู้สูง แต่ยังมีพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในระดับปานกลาง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองหรือจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ การที่ทัศนคติของนักศึกษามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนทัศนคติสามารถช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปลอดภัย ซึ่งการให้ข้อมูลและการส่งเสริมการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เป็นวิธีการที่สำคัญในการลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างไม่ถูกต้อง

เอกสารอ้างอิง

กนกพร มณีมาส, & ผกามาศ ไมตรีมิตร. (2019). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารอ้างสรรพคุณลดน้ำหนักของนักเรียนหญิงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ: กรณีศึกษาวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี. วารสารเภสัชกรรมไทย, 11(4), 775–787.

กิตติพงษ์ ศรีสวัสดิ์, พัชรินทร์ วงษ์วิไล, & สุพัตรา ชัยวิชิต. (2564). การศึกษาพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักในนักศึกษามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 12(2), 123–140.

นภัสสร สุวรรณนภาศรี, อารยา พงษ์เพ็ง, & จิราพร ตันติวงศ์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักในนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. วารสารวิจัยสุขภาพ, 9(1), 45–58.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาสน์.

รติยา จันทวี. (2565). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักโดยใช้บุคคลต้นแบบ. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2564). รายงานการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักในวัยรุ่นและนักศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, 3(1), 22–30.

สุพัตรา บุตราช, สุพัชชา ศรีนา, ฐิรพร ไพศาล, เจนจิรา แสนสิทธิ์, & พรรณธิภา จันทร์อ่อน. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 33(3), 359–374.

Best, J. W. (1986). Research in education (5th ed.). Prentice Hall.

Elifson, K. W., Runyon, R. P., & Haber, A. (1990). Fundamentals of social statistics (2nd ed.). McGraw-Hill.

Euromonitor International. (2022). Global dietary supplements market size, share & trends analysis report: By ingredient, by form, by application, by end-user, by distribution channel, and segment forecasts, 2022–2027. Retrieved from [URL]

Glanz, K., Rimer, B. K., & Viswanath, K. (Eds.). (2008). Health behavior and health education: Theory, research, & practice (4th ed.). Jossey-Bass.

Grimes, D. A., & Schulz, K. F. (2002). Bias and causal associations in observational research. The Lancet, 359(9302), 248–252.

Johnson, A., Smith, B., & Brown, C. (2019). Health risks associated with dietary supplement use for weight loss. Journal of Clinical Nutrition, 28(2), 123–130.

Smith, J., Williams, R., & Johnson, T. (2021). Use of dietary supplements for weight loss among university students in the United States. Journal of Nutrition and Health, 30(1), 45–52.

Wang, L., Chen, Y., & Zhao, X. (2020). Influence of social media on dietary supplement use among university students in China. International Journal of Health Sciences, 18(4), 210–225.

Wayne, W. D. (1995). Biostatistics: A foundation of analysis in the health sciences (6th ed.). John Wiley & Sons.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-29

รูปแบบการอ้างอิง

บุญรินทร์ ว., ขันชัย ส. ., วรครุธ ศ. ., ดวลสูง ส. ., & ฮวดสี แ. . (2025). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการลดน้ำหนักของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 14(2), 57–68. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ubruphjou/article/view/271051

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ