การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย ในสถานประกอบการหลอมทองเหลือง ตำบลนาสะไมย์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
คำสำคัญ:
ความปลอดภัย,, สภาพแวดล้อมการทำงาน, รูปแบบการจัดการความปลอดภัยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลแบบผสมระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพและเข้าปฏิบัติการปรับปรุงพื้นที่ศึกษาโดยการร่วมกันปรับเปลี่ยนอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพแวดล้อมบริเวณการทำงานของโรงงานหลอมทองเหลือง จำนวน 7 โรงงาน 2) ศึกษาอาการผิดปกติทางสุขภาพของพนักงาน จำนวน 93 คน และ 3) พัฒนารูปแบบการจัดการความปลอดภัยอย่างมีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน การดำเนินการวิจัยนี้ มีการเก็บข้อมูลแบบผสมระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสุขภาพสำหรับพนักงาน แบบบันทึกการตรวจวัดสภาพแวดล้อมการทำงาน และการสัมภาษณ์กลุ่ม
ผลการศึกษาพบว่า สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคือด้านแสงสว่างในบริเวณการทำงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง ฝุ่น และเสียง พ.ศ. 2559 ด้านฝุ่นละอองพบว่ามีค่ามากที่สุดคือเฉลี่ยเท่ากับ 1.003 mg/m3 ± 0.001 ซึ่งผ่านมาตรฐานตาม OSHA (Occupational Safety & Heath Administration) Permissible Exposure Limits ด้านความร้อนพบว่าทุกจุด มีค่าเฉลี่ยไม่เกินไม่เกิน 32.0 °C และด้านเสียงทุกจุดมีค่าไม่เกิน 85 dBA ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานกำหนด ส่วนอาการผิดปกติทางสุขภาพพบว่าพนักงานที่มีอาการคันตา แสบตา เคืองตา คิดเป็นร้อยละ 10.8 อาการคันผิวหนัง มีผดผื่นขึ้นตามตัว คิดเป็นร้อยละ 9.7 และอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คิดเป็นร้อยละ 7.5 เนื่องจากการรับสัมผัสฝุ่นละออง
การพัฒนารูปแบบการจัดการความปลอดภัยอย่างมีส่วนร่วมโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการจัดการความปลอดภัยนั้น มีข้อเสนอแนะแบบมีส่วนร่วมจากพนักงานในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน และการจัดการสุขภาพ และความปลอดภัย อาทิเช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน และการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย, เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีสำหรับทุกคนในองค์กร.ผลการวิจัยนี้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการจัดการความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในโรงงานหลอมทองเหลือง จังหวัดยโสธร.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงแรงงาน. (2559). กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559. ราชกิจจานุเบกษา, 133(57 ก), 19 พฤษภาคม 2559.
ธวัชชัย ดาเชิงเขา, ฉัตรลดา ดีพร้อม, นิวัฒน์ วงศ์ใหญ่, & สุรางคนา แพงสาย. (2565). การศึกษาอาการไม่พึงประสงค์และผลการให้ความรู้การป้องกันอันตรายจากสิ่งคุกคามต่อสุขภาพในการทำงานของผู้ประกอบอาชีพโรงหล่อพระ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 3(2), 31–40.
นันทพร ภัทรพุทธ. (2553). ความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 5(2), 70–79.
ประภารัตน์ แดงสุวรรณ. (2565). การปรับปรุงการทำงานของพนักงานซ่อมบำรุงเพื่อลดการสัมผัสสารตะกั่วในโรงงานหลอมตะกั่วจากแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้ว [วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่].
ประหยัด เคนโยธา. (2565). การประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพของพนักงานที่สัมผัสฝุ่นและโลหะหนักในโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม [วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่].
พวงทอง อินใจ, เวธกา กลิ่นวิชิต, สรรกลิ่น วิชิต, สุริยา โปร่งน้ำใจ, พิสิษฐ์ พิริยาพรรณ, & คนึงนิจ อุสิมาศ. (2557). รูปแบบการจัดการอาชีวอนามัยโดยการสร้างความมีส่วนร่วมของโรงงานอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก. บูรพาเวชสาร, 1(1), 3–16.
มงคล รัชชะ, จักรกฤษ เสลา, & อนุ สุราช. (2564). การประเมินระดับความร้อนและผลกระทบต่อสุขภาพจากการสัมผัสความร้อนของผู้ประกอบอาชีพในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 24(2), 87–100.
วัชราภรณ์ วงศ์สกุลกาญจน์, & ขวัญแข หนุนภักดี. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่ออาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกโครงร่างของพนักงานเย็บกระเป๋าหนังจระเข้แห่งหนึ่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(2), 91–104.
วิภาดา พนากอบกิจ, ชาตรี เชิดนาม, & ธวัชชัย ดาเชิงเขา. (2566). สิ่งคุกคามต่อสุขภาพและภาวะสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานของผู้ประกอบอาชีพทอผ้าไหม จังหวัดสุรินทร์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 17(2), 689–700.
วีระพงศ์ มิตรสันเที๊ยะ. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออาการเจ็บป่วยจากความร้อนของพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมหลอมโลหะแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดระยอง. วารสารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม, 3(1), 40–48.
สุวิมล ปัญญาเลิศวุฒิ. (2554). ปฏิกิริยาวอเตอร์แก๊สชิฟต์บนตัวเร่งปฏิกิริยาออกไซด์ผสมฐานทองแดง–แมงกานีสที่เตรียมโดยการสังเคราะห์แบบเผาไหม้ [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
อรัณย์ภัค พิทักษ์พงษ์. (2564). การประเมินอาการเสี่ยงเกิดโรคฮีทสโตรกของพนักงานก่อสร้างงานโยธา: กรณีศึกษา บริษัทรับเหมาก่อสร้างถนน จังหวัดพะเยา. วารสารวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 1(1), 37–48.
Blot, W. J., Chow, W.-H., & McLaughlin, J. K. (1997). Wood dust and nasal cancer risk: A review of the evidence from North America. Journal of Occupational and Environmental Medicine, 39(2), 148–156.
Zimmer, A. T., & Biswas, P. (2001). Characterization of the aerosols resulting from arc welding processes. Journal of Aerosol Science, 32(8), 993–1008. https://doi.org/10.1016/S0021-8502(01)00045-9
Occupational Health and Safety at Work Association. (n.d.). HSE morning talk by OCC Mahidol EP6. Retrieved August 14, 2024, from https://www.ohswa.or.th/17814732/hse-morning-talk-by-occ-mahidol-ep6
Occupational Safety and Health Administration. (2017). Permissible exposure limits. Retrieved August 13, 2024, from https://www.osha.gov/laws-regs
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น