ประสิทธิผลโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพป้องกันการพลัดตกหกล้ม โดยครอบครัวมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ตำบลบ่อทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, การพลัดตกหกล้ม, การป้องกันบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ
กลุ่มเสี่ยงและผู้ดูแล และพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุโดยครอบครัวมีส่วนร่วมในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง
กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุและผู้ดูแล แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 34 คู่ ดำเนินการเป็นเวลา 8 สัปดาห์ โปรแกรมฯ ประกอบไปด้วย 1) ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องการพลัดตกหกล้ม 2) การออกกำลังกาย 3) การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัย 4) การใช้ยา และ 5) การประเมินการทรงตัว เครื่องมือผ่านการตรวจคุณภาพด้านความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ได้ค่า IOC ของทุกข้อคำถามอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และตรวจสอบความเที่ยงโดยหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาครายด้าน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 0.71 และ 0.74 ตามลำดับ ทดสอบความเชื่อมั่นของแบบทดสอบใช้ KR-20 ได้ค่าเท่ากับ 0.89 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Chi-square test, Paired t-test และ Independent t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องการพลัดตกหกล้มหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ (2.98±0.60) สูงกว่าก่อนเข้าร่วม (2.83±0.66) และกลุ่มควบคุม (2.47±0.47) พฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ (3.56±0.65) สูงกว่าก่อนเข้าร่วม (3.39±0.72) และกลุ่มควบคุม (3.17±0.61) มีคะแนนเฉลี่ยระยะเวลาในการทรงตัวของผู้สูงอายุหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ (17.56±5.82) ต่ำกว่าก่อนเข้าร่วม (28.85±11.92) และกลุ่มควบคุม (28.65±12.17) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โปรแกรมฯ สามารถเพิ่มระดับความรอบรู้ พฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้ม และการทรงตัวของผู้สูงอายุได้ ควรมีการติดตามพฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มในระยะยาว และประเมินความคงทนของพฤติกรรมที่ได้รับการปรับเปลี่ยน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). มาตรการการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://www.dop.go.th
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). การดูแลผู้สูงอายุ: คู่มือและแนวทางปฏิบัติ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://www.dop.go.th
กรมควบคุมโรค. (2565). ข่าวสารเกี่ยวกับการควบคุมโรค. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://ddc.moph.go.th
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). ข้อมูลหน่วยบริการสุขภาพ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก http://gishealth.moph.go.th/pcu/
กาญจนา พิบูลย์, ไพบูลย์ พงษ์แสงพันธ์, พวงทอง อินใจ, & มยุรี พิทักษ์ศิลป์. (2562). ประสิทธิผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยในผู้สูงอายุที่อาศัยในชุมชน. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. https://buuir.buu.ac.th/bitstream
ฐิติมา ทาสุวรรณอินทร์, & กรรณิการ์ เทพกิจ. (2560). ผลของโปรแกรมการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(3), 186–195.
นูรซาฮีดา เจ๊ะมามะ, จินตนา ทองเพชร, พิชญ์ชญานิษฐ์ เรืองเริงกุลฤทธิ์, สาธิมาน มากชูชิต, พัชรินทร์ คมขำ, & ดวงฤทัย พงศ์ทรัพย์การุณ. (2567).
ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความสามารถในการลุกยืนและก้าวเดิน และพฤติกรรมการป้องกันความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมือง จังหวัดยะลา. มหาราชนครศรีธรรมราชเวชสาร, 8(1), 134–148.
นงพิมล นิมิตรอานันท์, สุพัตรา เชาว์ไวย, & วิราพร สืบสุนทร. (2564). การออกกำลังกายแบบก้าวตามตารางเพื่อป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน: การวิเคราะห์วรรณกรรม. วารสารแพทย์นาวี, 48(1), 23–36.
ปรีชญา จอมฟอง. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพประเด็นการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุกลุ่ม
ติดสังคม อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน, 1(6), 40–61. https://doi.org/10.57260/stc.2023.720
ปิยะรัตน์ สวนกูล, & หัสยาพร อิทยศ. (2566). ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 31(1), 27–42.
ภาณุวัฒก์ ว่องตระกูลเรือง. (2564). การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ: ปัญหาที่ต้องระวัง. Nakornthon Hospital. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://www.nakornthon.com/article/detail/
มหาวิทยาลัยมหิดล. (2567). เช็คเบื้องต้นเสี่ยงล้มหรือไม่. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://pt.mahidol.ac.th
มธุสร สว่างบำรุง, หนึ่งหทัย ชัยอาภร, & เมธี วงศ์วีระพันธ์. (2567). การสังเคราะห์วรรณกรรมด้านการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุในช่วงปี พ.ศ. 2556–2565. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 18(3), 918–934.
วรารัตน์ ทิพย์รัตน์, จรูญรัตน์ รอดเนียม, & พีรวิชญ์ สุวรรณเวลา. (2565). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของผู้ดูแล พฤติกรรมการป้องกันการพลัดตกหกล้ม และการทรงตัวของผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 14(3), 72–91.
วิทยา วาโย, นารีรัตน์ จิตรมนตรี, & วิราพรรณ วิโรจน์รัตน์. (2560). ผลของโปรแกรมป้องกันการหกล้มแบบสหปัจจัยต่อพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(2), 25–33.
กระทรวงสาธารณสุข. (2566). การประชุมจัดทำแผนติดตามผลการดำเนินงานโครงการสำคัญ. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://spd.moph.go.th
สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม. (2559). รายงานฉบับสมบูรณ์: การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล พร้อมทั้งจัดทำรายงาน รวมถึงกำหนดเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินสภาพแวดล้อมในที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย. กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2567 จาก https://env.anamai.moph.go.th/
สุริยา ชอลี, มนัสวี ยมสมิต, & รัชภรณ์ ใบยา. (2564). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความสามารถการทรงตัวและการป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ. หัวหินเวชสาร, 6(2), 1–14.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191.
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากบรรณาธิการวารสารนี้ก่อนเท่านั้น