Following the trend to change of HbA1c on diabetes patient in Comprehensive NCD clinic Vajira Hospital

Main Article Content

Natphassorn Dermkhuntod
Swangjit Sura-Amornkul
Ratchaneewan Kwancharoen
Charnwat Chuantantikamol

Abstract

This retrospective study is about following the trend to change of HbA1c on diabetes poor control patients. The sample are 30 diabetes patients in comprehensive NCD clinic Vajira Hospital, total of them on service the first time since 1 November 2016 to 31 march 2017 and continuing follow up at least 1 year. Purposive sampling only does not adjust medicine and always visit follow up through 18 months. Follow HbA1C after first visit until 18 months, tool for collect data is assessment form of Comprehensive NCD clinic. Analysis of Personal information by descriptive statistics and trend of HbA1C Linear mixed model by stata program.


Result of study about variation HbA1C after follow up 3 months found that 3 months reduced by 1.57 (95%CI: -2.05 to -1.09) when compared to the first statistically significant(p-value < 0.001). Month 6 decreased by 2.05 (95%CI: -2.58 to -1.52) when compared to the first statistically significant (p-value < 0.001). Month 9 decreased by 2.34 (95%CI: -2.95 to -1.74) when compared to the first statistically significant (p-value < 0.001). Month 12 decreased by 2.13 (95%CI: -2.65 to -1.62) when compared to the first statistically significant (p-value < 0.001). Month 15 decreased by 2.18 (95%CI: -2.77 to -1.59) when compared to the first statistically significant (p-value < 0.001). Month 18 decreased by 2.13 (95%CI: -2.83 to -1.44) when compared to the first statistically significant (p-value < 0.001). Changes in average HbA1C after follow-up very 3 months to 18 months by analysis with linear mixed model found that average decrease 0.09 per month (95%CI: -0.12 to - 0.06) statistical significant (p-value < 0.001) and will decrease by the most at 9 months and then will slow down the months 12 15 and 18  


Educating for behavior modifications for sustainability should have knowledge awareness patient or change the style of knowledge that patients are interest in after receiving knowledge for 9 months onwards.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Dermkhuntod, N., Sura-Amornkul, S., Kwancharoen, R., & Chuantantikamol, C. (2020). Following the trend to change of HbA1c on diabetes patient in Comprehensive NCD clinic Vajira Hospital. Vajira Nursing Journal, 22(1), 45–59. Retrieved from https://he02.tci-thaijo.org/index.php/vnj/article/view/241427
Section
research article

References

กุสุมา กังหลี. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า. วารสารพยาบาลทหารบก, (13)3. 256-268.

จุฑามาศ เกษศิลป์, พาณี วิรัชชกุล และอรุณี หล่อนิล. (2556). การจัดการดูแลตนเอง ความรู้ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่ ก่อน-หลัง เข้าโปรแกรมการจัดการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขต อ. เมือง จ. อุทัยธานี. วารสารกองการพยาบาล, 40, 84-103.

จุฑามาส จันทร์ฉาย, มณีรัตน์ ธีระวิวัฒน์ และนิรัตน์ อิมามี. (2555). โปรแกรมการเรียนรู้เรื่องเบาหวานและการจัดการตนเองของผู้ที่เป็นโรค เบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์.วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 7, 69-83.

ณัฐภัสสร เดิมขุนทด และประสิทธิ์ ลีวัฒนภัทร. (2560). การศึกษาผลของโปรแกรมการให้ความรู้เรื่องเบาหวานต่อระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วชิรสารการพยาบาล, 19(1). 33-41.

ณัฐธยาน์ ประเสริฐอำไพสกุล, เกษร สำเภาทอง และชดช้อย วัฒนะ (2551) ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูงของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานที่ไม่สามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 14(3). 298-311.

ตำราการวิจัยทางคลินิก. (2554). ขนาดกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยทางคลินิก. กรุงเทพฯ: คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล.

ทรงเดช ยศจำรัส, ปาริชา นิพพานนทน์. (2556). ผลการพัฒนาความสามารถของตนเองและการตั้งเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6, 21-30.

ทรรศนีย์ สิริวัฒนพรกุล, นงนุช โอบะ และสุชาดา อินทรกำแหง ณ ราชสีมา. (2550). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 1, 57-67.

ทัศน์วรรณ พลอุทัย และพรรณี บัญชรหัตถกิจ. (2556). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: กรณีศึกษาในตำบลห้วยเกิ้ง อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. ศรีนครินทร์เวชสาร, 28, 421-430.

ทัศนีย์ ขันทอง, แสงอรุณ อิสระมาลัย และพัชรี คมจักรพันธุ์. (2556). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับนํ้าตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน. วารสารสภาการพยาบาล, 28, 85-99.

ธนวัฒน์ สุวัฒนกุล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำาตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 12(3). 515-522.

นันนภัส พีระพฤฒิพงศ์, นํ้าอ้อย ภักดีวงศ์ และอำภาพร นามวงศ์พรหม. (2556) ผลของโปรแกรมการจัดการดูแลตนเองต่อความรู้ กิจกรรมการดูแลตนเอง และค่าฮีโมโกลบินที่มีนํ้าตาลเกาะ ในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสมาคมพยาบาล สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 30: 98-105.

บุญจันทร์ วงศ์สุนพรัตน์, ฉัตรประอร งามอุโฆษ และน้ำเพชร สายบัวทอง. (2551) การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวาน ภายหลังเข้าโครงการอบรมความรู้การจัดการเบาหวานด้วยตนเองแบบกลุ่ม. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 14: 289-297.

ปกาสิต โอวาทกานนท์, วิริยาสุนทรา. (2555). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้การดูแลตนเองในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แบบกลุ่มในโรงพยาบาลทรายมูล. ศรีนครินทร์เวชสาร, 27; 236-241.

ปรียาภรณ์ สวัสดิ์ศรี. (2555). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ด้านสุขภาพต่อระดับน้ำตาลในเลือดและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเครือข่ายโรงพยาบาลองครักษ์ จังหวัดนครนายก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 23, 1-14.

พรทิพย์ มาลาธรรม, ปิยนันท์ พรหมคง, พย.ม. และ ประคอง อินทรสมบัติ. (2010). ปัจจัยทำนายระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2. Rama Nursing Journal, (16)2. 218-237.

พัชราภัณฑ์ ไชยสังข์, ปัญจภรณ์ ยะเกษม และนรากูล พัดทอง. (2557). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเกินระดับปกติในชุมชน. วารสารมหาวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติ, 18, 1-12.

พัชรี อ่างบุญตา, ลินจง โปธิบาล และณัฐพงศ์ โฆษชุณหนันท์.(2555). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเอง ต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและระดับฮีโมโกลบินเอวันซีของผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2. พยาบาลสาร, 39: 93-104.

ยุคลธร เธียรวรรณ, มยุรี นิรัตธราดร และชดช้อย วัฒนะ. (2555). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง. พยาบาลสาร, 39:132-143.

รุ้งระวี นาวีเจริญ, ยุพิน อังสุโรจน์ และสุรีพร ธนศิลป์. (2552). ผลของระบบการพยาบาลชี้แนะแบบหลากหลายต่อภาวะแทรกซ้อนและความพึงพอใจในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. Journal of the medical association of Thailand, 92: 1101-1112.

วรรณภา ประสิทธิปาน, ฉัตรชัย ไข่เกษ. (2558). ผลของโปรแกรมการตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมไม่ได้ต่อระดับน้ำตาลสะสม. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 32: 69-82.

สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2553). การให้ ความรู้เพื่อจัดการโรคเบาหวานด้วย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร. (2551). เอกสารการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2560). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2560. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ร่มเย็นมีเดีย จำกัด.

อภิรดี เจริญนุกูล, ยุพารัตน์ สุริโย และปาจรีย์ ตรีนนท์. ความสัมพันธ์ระหว่างระดับการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองกับ ระดับฮีโมโกลบินเอวันซีของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 ที่ควบคุมโรคไม่ได้. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 37-48.

Adepoju, O. E., Bolin, J. N., Phillips, C. D., Zhao, H., Ohsfeldt, R. L., McMaughana, D. K., Forjuoh, S. N. (2015).

Effectiveness of diabetes education and self management program (DESMOND) for people with newly diagnosis type 2 diabetes mellitus: three year follow-up of a cluster randomized controlled trial in primary care. British medicine journal, 95(1): 111–117.

American Diabetes Association (2007) Standards of medical care in diabetes–2007. Diabetes Care 30:S4–S41.

American Diabetes Association.(2015). Standard of medical care in diabetes. American Diabetes Association.; 38:S1-94.

Brown S A., Garcia A A., Brown A., Becker B J., Conn V S., Ramirez G., Winter M A., (2016). Biobehavioral determinants og glycemic control in type 2 diabetes: A systemic review and meta-analysis. Patient Education and counselling, 99, 1558-1567.

Chow, S. C., Shao, J., & Wang, H. (2003). Sample Size Calculations in Clinical Research (2nd ed.). Chapman & Hall/CRC., 51 p.

Funnell M M, Brown T L, Cilds B P, Haas L B, Hosey G M, Jensen B, et al. (2010). National standard for diabetes self-management education. Diabetes care, 33:S89-S96.

Funnell, M. M., Brown, T. L., Childs, B. P., Haas, L. B., Hosey, G. M., Jensen, B, et al. (2009). National standards for diabetes self-management education. Diabetes care, 32: S87-S94.

Hsu, C-C., & Tai, T-Y. (2014). Long-term glycemic control by a diabetes case - management program and the challenges of diabetes care in Taiwan. Diabetes Research and Clinical Practice. S328–S332.

Haas, L., Maryniuk, M., Beck, J., Cox, C. E., Duker, P., Edward, L., Kolb, L. (2012). National standard for diabetes self-management education and support. Diabetes care, 35: 2393-2401.

Jiao F., Fung C S C., Wan Y F., McGhee S M., Wong C K H., Dai D., Kwok R & Lam C L K. (2016). Effectiveness of multidisciplinary Risk Assessment and Management Program for patient with diabetes mellitus (RAMP-DM) for diabetic microvascular complication: A population -based cohort study. Diabetes & Metabolism; 42, 242-232.

Khattab M., Khader Y S., Khawaldeh A A. Ajlouni K. (2010). Factors associated with poor glycemic control among patients with type 2diabetes. Journal of Diabetes and It Complication. 24: 84-89.

Momesso, D. P., Costa Filho, R. C., Ferreira Costa, J. L., Saddy, F., Mesquita, A., Calomeni, M. Volschan, A. (2018). Impact of an inpatient multidisciplinary glucose control management program. Archives of Endocrinology and Metabolism. 62(5). 514-522.

Ngamjarus C., & Chongsuvivatwong V. (2016). N4Studies: Sample size and power calculations for android. Siriraj Medical Journal, 68:160-170.

Norris, S. L., Engelgau, M. M., Carande-Kulis, V. G. McCulloch, D. (2002). Increasing diabetes self-management education in community setting. American journal of prevention medicine, 22: 39-66.

Norris, S. L., Engelgau, M. M., & Narayan Venkat, K.M. (2001). Effectiveness of self - management training in type 2 diabetes: a systemic review of randomized controlled trial. Diabetes care, 24: 561-587.

Norris, S. L., Lau, J., Smith, S. J., Schmid, C. H., & Engelgau, M. M. (2002). Self-management education for adult with type 2 diabetes: a meta-analysis of the effect on glycemic control, Diabetes Care, 25: 1159–1171.

Ogurtsova, K., Rocha Fernandes, da, J. D.,Huang, Y., Linnenkamp, U., Guariguata, L., Cho, N. H., Makaroff, L. E. (2017). IDF Diabetes Atlas: Global estimates for the prevalence of diabetes for 2015 and 2040. Diabetes Research and Clinical Practice, 40-50.

Powers, M. A., Bardsley, J., Cypress, M., Duker, P., Funnell, M. M., Fischl, A. H., Vivian, E.(2015). Diabetes Self-management Education and Support in Type 2 Diabetes: A Joint Position Statement of the American Diabetes Association, the American Association of Diabetes Educators, and the Academy of Nutrition and Dietetics. Diabetes Care, 38:1372–1382.

Wild, S., Roglic, G., Green, A., Sicree, R. King, H. (2004). Global prevalence of diabetes. Diabetes Care, 27(5), 1047-1053.

Most read articles by the same author(s)