การพยาบาลผู้ป่วยโรคแผลกระจกตาชนิดมัวเรนที่ได้รับยาไซโคลฟอสฟาไมด์: กรณีศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
โรคแผลกระจกตาชนิดมัวเรน เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายกระจกตา ที่เสี่ยงต่อการสูญเสียการมอง
เห็นถาวรซึ่งการรักษาด้วยยาไซโคลฟอสฟาไมด์นั้นมีประสิทธิภาพสูง แต่เสี่ยงต่อภาวะ
แทรกซ้อนรุนแรง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลลัพธ์การพยาบาลแบบองค์รวม
และการเตรียมความพร้อมก่อนจำหน่ายตามรูปแบบ D-METHOD ในผู้ป่วยโรคแผล
กระจกตาชนิดมัวเรนรุนแรง ที่ได้รับยาไซโคลฟอสฟาไมด์ร่วมกับยาเมสนา โดยศึกษาในผู้ป่วย
หญิงไทยอายุ 51 ปี ที่มีภาวะรุนแรงทั้งสองข้าง ดำเนินการศึกษาโดยใช้แบบแผนสุขภาพของ
กอร์ดอนกระบวนการพยาบาล เน้นการประเมินทางจักษุ การจัดการความปวด การป้องกัน
กระจกตาทะลุและการบริหารยาเคมีบำบัดอย่างปลอดภัย
ผลการศึกษา พบว่า ระดับความปวดของผู้ป่วยลดลงจาก 9 ใน 10 คะแนน เหลือ 3 ใน 10
คะแนน ภายใน 48 ชั่วโมง อาการอักเสบลดลงโดยไม่เกิดกระจกตาทะลุ และไม่พบภาวะ
แทรกซ้อนจากการได้รับยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ผู้ป่วยยังมีความรู้และสามารถดูแลตนเองได้
อย่างถูกต้องตามเกณฑ์รูปแบบ D-METHOD ก่อนจำหน่าย สรุปได้ว่าการพยาบาลที่เน้น
สมรรถนะทางจักษุเฉพาะทาง ร่วมกับการวางแผนจำหน่ายที่ชัดเจน จะช่วยป้องกันภาวะ
แทรกซ้อนจากยาและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลตนเองของผู้ป่วย ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็น
แนวทางปฏิบัติในสถานพยาบาลระดับตติยภูมิได้ต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวชิรสารการพยาบาลถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวชิรสารการพยาบาล ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวชิรสารการพยาบาล หากบุคคลใดหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวชิรสารการพยาบาลก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Ou S, Zhang J, Feng Y, Zheng X, Lin Y, Zhang L, et al. Mooren's ulcer: a multifactorial autoimmune peripheral ulcerative keratitis and current treatment protocols. Front Med (Lausanne). 2025;12:1630585.
Hassanpour K, ElSheikh RH, Arabi A, Frank CR, Elhusseiny AM, Eleiwa TK, et al. Peripheral ulcerative keratitis: a review. J Ophthalmic Vis Res. 2022;17(2):252-275.
Chuephanich P, Kitsirilarp W, Keorochana N. Characteristics, etiologies, and outcomes of peripheral ulcerative keratitis in a tertiary referral hospital in Thailand: a 10-year study. Ocul Immunol Inflamm. 2024;32(8):1769-1776.
Höllhumer R. Peripheral ulcerative keratitis: a review of aetiology and management. Afr Vision Eye Health. 2022;81(1):a697.
Maleki A, Valerio T, Massoudi Y, Ruggeri ML, Foster CS, Anesi SD. Updates on Systemic Immunomodulation in peripheral ulcerative keratitis. J Clin Transl Ophthalmol. 2024;2(4):131-139.
Xiang Q, Yang M, Luo W, Cao Y, Shuai S, Wei X, et al. Combined glucocorticoids and cyclophosphamide in the treatment of Graves' ophthalmopathy: a systematic review and meta-analysis. BMC Endocr Disord. 2024;24(1):15.
Canberra Health Services. Cyclophosphamide Infusion (fixed low dose regime) – Adults [Internet]. Canberra: ACT Government; 2025 [cited 2026 Apr 20]. Available from: https://www.canberrahealthservices.act.gov.au
Reddy V, Winston NR. Mesna. [Updated 2024 Feb 28]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan- [cited 2026 Apr 26]. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK556021/
Song A, Yang Y, Henein C, Bunce C, Qureshi R, Ting DSJ. Topical antibiotics for treating bacterial keratitis: a network meta-analysis. Invest Ophthalmol Vis Sci. 2025;66(8):1746.