พฤติกรรมและทัศนคติการใช้กัญชาด้วยตนเองในการรักษาโรคของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ในโรงพยาบาลราชวิถี
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเอชไอวี, ทัศนคติ, การใช้กัญชาด้วยตนเองบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 การเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันในประเทศไทยยังถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มโรค ได้แก่ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากในเด็กและลมชักที่ดื้อต่อการรักษา กล้ามเนื้อหดเกร็งในโรคปลอกประสาทอักเสบ อาการปวดประสาทต่าง ๆ ที่รักษาด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วไม่ได้ผล ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วยเอดส์ที่น้ำหนักตัวน้อยและการเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กัญชาในผู้ป่วยเอชไอวีในประเทศไทย วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาพฤติกรรมและทัศนคติเกี่ยวกับการใช้กัญชาด้วยตัวเองในการรักษาโรคของผู้ป่วยเอชไอวีในโรงพยาบาลราชวิถี วิธีการ: รูปแบบการศึกษาเป็นเชิงพรรณนาภาคตัดขวางแบบสำรวจ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเอชไอวีที่มารับบริการในแผนกโรคเมืองร้อน โรงพยาบาลราชวิถีช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 จำนวน 851 คน โดยวิธีการสุ่มกลุ่มอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และการวิเคราะห์แบบถดถอยโลจิสติก ผล: ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุอยู่ระหว่าง 31- 40 ปี ศึกษาขั้นสูงสุดระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท พบความชุกในการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาร้อยละ 10 พบใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกัญชามากที่สุด (ร้อยละ 35) โดยส่วนใหญ่มาจากการเพาะปลูก (ร้อยละ 37) และรับรู้ข่าวสารด้านกัญชาผ่านอินเตอร์เน็ต (ร้อยละ 75) จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยนำมาใช้ในการบรรเทาหรือรักษาอาการนอนไม่หลับ (ร้อยละ 78.18) กระตุ้นความอยากอาหาร (ร้อยละ 37.27) และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (ร้อยละ 28.18) ซึ่งส่วนใหญ่รับประทานเป็นครั้งคราว ด้านทัศนคติพบว่า ผู้ป่วยมีทัศนคติต่อการใช้กัญชาในการรักษาโรคโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.75±0.49 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ต่อการใช้กัญชาคือ ระดับการศึกษา อาชีพ และ ระดับทัศนคติ มีผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุป: ผู้ป่วยเอชไอวี พบความชุกในการใช้กัญชาด้วยตนเองร้อยละ 10 มีทัศนคติต่อการใช้กัญชาระดับมาก นำมาใช้ในการบรรเทาหรือรักษาอาการนอนไม่หลับ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระตุ้นความอยากอาหาร ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อการใช้กัญชาเพื่อบรรเทาอาการ หรือ รักษาโรคที่เป็น คือ ระดับการศึกษา อาชีพและระดับทัศนคติ
เอกสารอ้างอิง
Editorial Board HONESTDOCS. What is Marijuana. [Internet]. Honest Docs 2019 [cited 2022 Dec 9]. Available from: https://www.honestdoc.com/what-is-cannabis-indica.
Medical Committee for Consideration of Medical Cannabis. [Internet]. Guidance on Cannabis for Medical. Version 1. October 2019. [cited 2022 Dec 9]. Available from: https://mnfda.fda.moph.go.th/
Woolridge E, Barton S, Samuel J, Osorio J, Dougherty A, Holdcroft A. Cannabis use in HIV for pain and other medical symptoms. J Pain Symptom Manage 2005;29(4):358-67.
Sidney S. Marijuana Use in HIV-Positive and AIDS Patients. J Cannabis Therapeutics 2001;1(3-4):35-41.
Information Center for Thai Business in the United States of America. [cited 2022 Dec 20]. Available from: http://www.thaibicusa.com/2022/11/23/marijuana-trend-us/
Sukruangkul A, Meesathit N, Petchsamiyan K, Pooltong N, Sirisuwann P, Kaengkong K. Factors association with demand for medical cannabis use among cancer patients in chemotherapy unit, Sawanpracharak Hospital, Nakhonsawan Province. TH. J. of Health Edu 2022;45(1):146-61.
Saijanket P, Nojan P, Meekai N, Suknarin R. Knowledge and attitudes about medical cannabis among people in Phitsanulok Province. J Thai Trad Alt Med 20221;18(3):595-603.
Bauml JM, Chokshi S, Schapira MM, Im EO , Li SQ, Langer CJ, et al. Do attitudes and beliefs regarding complementary and alternative medicine impact its use among patients with cancer? A cross-sectional survey. Cancer. 2015;121(14):2431-8
Pintoorungk S. Attitudes and behaviors towards green marketing for Thai consumers. [Master’s Thesis]. Nakhon Pathom: Mahidol University; 2020.
Green LW, Marchall KW, Deeds SG. Health education planning: a diagnostic approach. Toronto: Mayfield publishing company; 1991. p. 132-3.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสารกรมการแพทย์