การทำนายปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการชักในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยในที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมอง, ชัก, โรคลมชัก, การฟื้นฟูสมรรถภาพบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: อาการชักเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เกิดขึ้นเฉียบพลันส่งผลต่อการฟื้นฟู และต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลรักษา วัตถุประสงค์: เพื่อหาปัจจัยทำนายความเสี่ยงของการเกิดอาการชักในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยในที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ วิธีการ: ศึกษาแบบย้อนหลังเชิงวิเคราะห์ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มารับบริการผู้ป่วยในที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2567 มีผู้ป่วยทั้งหมด 734 ราย เข้าตามเกณฑ์คัดเข้าคัดออกเก็บข้อมูลอาการทางคลินิก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและอาการแทรกซ้อนระหว่างนอนโรงพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติใช้ logistic regression กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติ p-value < .05 ผล: มีผู้ป่วยทั้งหมด 734 ราย เป็นเพศชาย 450 ราย (ร้อยละ 61.3) อายุเฉลี่ย 61.5 ปี (SD = 14.2) อายุเฉลี่ยที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองครั้งแรก 60.1 ปี (SD = 14.2) เป็นชนิดหลอดเลือดสมองตีบ 421 ราย (ร้อยละ 57.4) มีผู้ป่วยชักขณะนอนโรงพยาบาลทั้งหมด 16 ราย (ร้อยละ 2.2) มีปัจจัยทำนายการเกิดอาการชักทั้งหมด 4 ปัจจัย ได้แก่ 1) การตรวจพบอาการแสดงทาง cortical lobe โดยอาการ aphasia เพิ่มความเสี่ยง 5.17 เท่า (95%CI: 1.10, 24.27) และอาการ neglect เพิ่มความเสี่ยง 7.20 เท่า (95%CI: 1.06, 48.88) 2) มีประวัติผ่าตัดเปิดกะโหลก craniectomy/craniotomy เพิ่มความเสี่ยงชัก 6.35 เท่า (95%CI: 1.05, 38.32) 3) ผู้ป่วยที่มีระยะเวลาตั้งแต่ชักครั้งล่าสุดจนถึงมานอนโรงพยาบาลน้อยกว่า 1 ปี มีความเสี่ยงชักมากกว่ากลุ่มที่ไม่ชักหรือชักนานกว่า 1 ปี 43.75 เท่า (95%CI: 8.31, 230.30) 4) ระดับเกลือแร่โซเดียมในเลือดผิดปกติระหว่างนอนโรงพยาบาลเพิ่มความเสี่ยงชัก 11.89 เท่า (95%CI: 1.19,118.67) สรุป: ปัจจัยทำนายการเกิดอาการชักในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มารับบริการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยในที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ มีทั้งหมด 4 ปัจจัย ได้แก่ 1) การตรวจพบอาการแสดงทาง cortical lobe 2) มีประวัติผ่าตัดเปิดกะโหลก craniectomy/craniotomy 3) ระยะเวลาตั้งแต่ชักครั้งล่าสุดจนถึงมานอนโรงพยาบาลน้อยกว่า 1 ปี และ 4) ระดับเกลือแร่โซเดียมในเลือดผิดปกติระหว่างนอนโรงพยาบาล การศึกษานี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นและสามารถวางแผนการป้องกันและการรักษาได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
Fisher RS, Van Emde Boas W, Blume W, Elger C, Genton P, Lee P, et al. Epileptic seizures and epilepsy: definitions proposed by the International League Against Epilepsy (ILAE) and the International Bureau for Epilepsy (IBE). Epilepsia 2005;46(4):470-2.
Zou S, Wu X, Zhu B, Yu J, Yang B, Shi J. The pooled incidence of post-stroke seizure in 102 008 patients. Top Stroke Rehabil 2015;22(6):460-7.
Kitisomprayoonkul W, Sungkapo P, Taveemanoon S, Chaiwanichsiri D. Medical complications during inpatient stroke rehabilitation in Thailand: a prospective study. J Med Assoc Thai 2010;93(5):594-600.
Lee SH, Aw KL, Banik S, Myint PK. Post-stroke seizure risk prediction models: a systematic review and meta-analysis. Epileptic Disord 2022;24(2):302-14.
Galovic M, Dohler N, Erdelyi-Canavese B, Felbecker A, Siebel P, Conrad J, et al. Prediction of late seizures after ischaemic stroke with a novel prognostic model (the SeLECT score): a multivariable prediction model development and validation study. Lancet Neurol 2018;17(2):143-52.
Haapaniemi E, Strbian D, Rossi C, Putaala J, Sipi T, Mustanoja S, et al. The CAVE score for predicting late seizures after intracerebral hemorrhage. Stroke 2014;45(7):1971-6.
Mauritz M, Hirsch LJ, Camfield P, Chin R, Nardone R, Lattanzi S, et al. Acute symptomatic seizures: an educational, evidence-based review. Epileptic Disord 2022;24(1):26-49.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสารกรมการแพทย์