การศึกษาประสิทธิผลของการใช้การวิเคราะห์อรรถลักษณ์ (Semantic Feature Analysis) ต่อความสามารถด้านภาษาและการพูดในผู้ป่วยอะเฟเซียจากโรคหลอดเลือดสมอง: การทบทวนอย่างเป็นระบบ
คำสำคัญ:
การวิเคราะห์อรรถลักษณ์, อะเฟเซีย, การเรียกชื่อคำศัพท์, การสืบค้นอย่างเป็นระบบบทคัดย่อ
ภูมิหลัง: โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของความพิการทั่วโลกโดยประมาณร้อยละ 25-50 ของผู้รอดชีวิตจากภาวะนี้มีภาวะอะเฟเซียร่วมด้วย ผู้ป่วยอะเฟเซียจากโรคหลอดเลือดสมองที่นึกคำลำบาก (Anomic aphasia) มีความบกพร่องในด้านเครือข่ายทางความหมาย (Semantic network) การวิเคราะห์อรรถลักษณ์ (Semantic feature analysis) แก้ไขความเชื่อมโยงของระบบของคำศัพท์โดยการปรับแต่งระบบของคำศัพท์ที่เสียหายไป อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันของงานวิจัย เช่น กลุ่มผู้ป่วยที่ต่างกัน เปรียบเทียบกับเทคนิคที่ต่างกัน ระยะเวลาในการศึกษาหรือรูปแบบการฟื้นฟู จึงมีความจำเป็นที่ต้องเข้าใจรูปแบบและประสิทธิผลของการฟื้นฟูอย่างถูกต้อง วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลด้านภาษาและการพูดของผู้ป่วยอะเฟเซีย จากโรคหลอดเลือดสมองโดยวิธีการวิเคราะห์อรรถลักษณ์ เปรียบเทียบกับวิธีอื่น โดยการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ วิธีการ: สืบค้นใน MEDLINE ผ่าน PubMed, CENTRAL ผ่าน Cochrane Library, Embase (Mahidol), และ Hand searching ตั้งแต่อดีตจนถึง 27 กันยายน พ.ศ. 2566 คัดการศึกษาที่เป็น randomized controlled trials, quasi-experimental research หรือ clinical trial ผลลัพธ์หลัก เปรียบเทียบผลของการใช้การวิเคราะห์อรรถลักษณ์กับเทคนิคอื่น ๆ โดยใช้แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลความสามารถทางภาษาและการพูด ก่อนการฝึกหลังจากการฝึก และหลังการฝึก 3 เดือน ผลลัพธ์รองความเครียดและความวิตกกังวล เมื่อได้การศึกษาที่เข้าเกณฑ์จะประเมินความเสี่ยงของอคติโดยใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงของอคติของ The Cochrane Collaboration และวิเคราะห์ หลังจากนั้นสังเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม Review Manager (RevMan) เวอร์ชั่น 5.4 ผล: ผลการสืบค้นวรรณกรรมพบการศึกษาที่เกี่ยวข้องจำนวน 60 การศึกษาภายหลังการคัดกรองและพิจารณาเอกสารฉบับเต็ม คงเหลือการศึกษาที่เข้าเกณฑ์จำนวน 6 การศึกษา และมี 2 การศึกษาจาก 6 การศึกษาที่สามารถนำมาวิเคราะห์ meta-analysis ได้โดยสังเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม Review Manager (RevMan) เวอร์ชั่น 5.4 ผลการวิเคราะห์ meta-analysis ภาษาและการพูด ด้านการเรียกชื่อคำศัพท์ พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดด้วยเทคนิคการวิเคราะห์อรรถลักษณ์มีผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดด้วยวิธีอื่น ทั้งในระยะหลังการฝึกทันที (SMD = 0.18, 95%CI: –0.19, 0.55, p = .34, I² = 0%) และระยะติดตามผล 3 เดือนหลังการฝึก (SMD = 0.36, 95%CI: –0.01, 0.72, p = .06, I² = 0%) โดยค่า I² = 0% บ่งชี้ว่าไม่พบความไม่สอดคล้องของผลลัพธ์ระหว่างการศึกษาที่นำมาวิเคราะห์ สรุป: จากการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ พบว่าเทคนิคการวิเคราะห์อรรถลักษณ์ (Semantic Feature Analysis; SFA) มีประสิทธิผลด้านภาษาและการพูดของผู้ป่วยอะเฟเซียจากโรคหลอดเลือดสมองมีค่าคะแนนทางภาษาและการพูดเพิ่มขึ้นไม่แตกต่างจากวิธีการบำบัดทางภาษาและการพูดรูปแบบอื่นผู้ฝึกสามารถเลือกใช้เป็นเทคนิคที่กระตุ้นทักษะการเรียกชื่อคำศัพท์ได้ความเหมาะสมของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่เข้าเกณฑ์ยังมีข้อจำกัดด้านความเสี่ยงอคติ ควรมีการศึกษาที่มีคุณภาพเพิ่มเติมในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
International Health Policy Program. Report on the burden of disease and injury in the Thai population 2014. Nonthaburi: International Health Policy Program; 2017.
Jariengprasert C. Speech training for stroke patients with speech problems. Vichaiyut newsletter 2005;3235-43.
American Speech-Language-Hearing Association. Aphasia. [internet]. [cited 2024 Oct 25] Available from: https://www.asha.org/practice-portal/clinical-topics/aphasia
Brady MC, Ali M, VandenBerg K, Williams LJ, Williams LR, Abo M, et al. RELEASE: a protocol for a systematic review based, individual participant data, meta- and network meta-analysis, of complex speech-language therapy interventions for stroke-related aphasia. Aphasiology 2020;34(2):137-57.
Ylvisaker M, Hanks R, Johnson-Greene D. Perspectives on rehabilitation of individuals with cognitive impairment after brain injury: rationale for reconsideration of theoretical paradigms. J Head Trauma Rehabil 2002;17(3):191-209.
Tactus Therapy. How To: Semantic Feature Analysis (SFA) for Anomia. [internet]. [cited 2023 Jan 21]. Available from: https://tactustherapy.com/semantic-feature-analysis-sfa-anomia
Chapey R. Language intervention strategies in aphasia and related neurogenic communication disorders. 5th ed. Baltimore, MD: Lippincott Williams & Wilkins; 2010
Maddy KM, Capilouto GJ, McComas KL. The effectiveness of semantic feature analysis: an evidence-based systematic review. Ann Phys Rehabil Med 2014;57(4):254-67.
Efstratiadou EA, Papathanasiou I, Holland R, Archonti A, Hilari K. A systematic review of semantic feature analysis therapy studies for aphasia. J Speech Lang Hear Res 2018;61(5):1261-78.
Kendall DL, Moldestad MO, Allen W, Torrence J, Nadeau SE. Phonomotor versus semantic feature analysis treatment for anomia in 58 persons with aphasia: a randomized controlled trial. J Speech Lang Hear Res 2019;62(12):4464-82.
Silkes JP, Fergadiotis G, Graue K, Kendall DL. Effects of phonomotor therapy and semantic feature analysis on discourse production. Am J Speech Lang Pathol 2021;30(1):441-54.
Kristensson J, Saldert C, Östberg P, Smith SR, Åke S, Longoni F. Naming vs. non-naming treatment in aphasia in a group setting-a randomized controlled trial. J Commun Disord 2022;97:106215.
Madden EB, Torrence J, Kendall DL. Cross-modal generalization of anomia treatment to reading in aphasia. Aphasiology 2021;35(7):875-99.
Lai WV, Silkes JP, Minkina I, Kendall DL. Generalisation and maintenance across word classes: comparing the efficacy of two anomia treatments in improving verb naming. Aphasiology 2019;33(7):803-20.
Lorenz A, Ziegler W. Semantic vs. word-form specific techniques in anomia treatment: A multiple single-case study. Journal of Neurolinguistics 2009;22(6):515-37.
Prasad M. Introduction to the grade tool for rating certainty in evidence and recommendations. Clin Epidemiol Glob Health 2023;25:101484.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ เป็นของผู้เขียนบทความ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสารกรมการแพทย์