การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังการกระจายยาที่ไม่เหมาะสมสู่ร้านชำในชุมชน จังหวัดกำแพงเพชร
Abstract
This research is an Action Research investigating the knowledge and factors influencing improper drug distribution of grocery stores in the community of Kamphaeng Phet province. Data were collected from 216 grocery stores. The research process was divided into 4 phases: 1. Planning, 2. Action, 3. Observing, and 4. Reflecting. The data collection tools included a form for monitoring improper drug distribution to community grocery stores in Kamphaeng Phet province. Data analysis was conducted quantitatively and qualitatively.
The study found that 211 grocery stores sold improper drugs, accounting for 97.69%. The most common violation was the sale of Ready-packaged drugs that are non-dangerous, non-specially controlled drugs accounting for 31%. The most common source of drug distribution to grocery stores was current first-class drugstores accounting for 71.09%. The factors most correlated with the sale of improper drugs to community grocery stores were lack of knowledge of relevant laws regarding drugs. After providing knowledge, it was found that the knowledge level of grocery store operators improved: 24.54% adequate, 52.31% sufficient, and 23.15% needed improvement. The sample group showed increased knowledge regarding improper drug distribution by grocery stores, and from follow-up results, it was found that the sale of improper drugs decreased from 97.69% to 37.50%.
In conclusion and recommendations, it is suggested that grocery store operators should receive knowledge about drug laws and drug distribution control, which requires cooperation from various stakeholders to address the issue systematically.
References
สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข).[อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 21 มกราคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER023/GENERAL/DATA0000/00000077.PDF.
จันทร์จรีย์ ดอกบัว, รัตนาภรณ์ ขันติมัง, หทัยรัตน์ พุกสอาด, ณัฐพร สู่หนองบัว. สถานการณ์การจำหน่ายยาในร้านขายของชำ อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (ออนไลน์). 2564; 1(1):37-44.
อัญชลี ชมภู, สุรสิทธิ์ สุรินทร์. โครงการการดำเนินงานเฝ้าระวังการจำหน่ายยาอันตรายในร้านค้าชำของกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข ในพื้นที่รับผิดชอบโรงพยาบาลแม่สะเรียง. วารสารอาหารและยา. 2558; 22(1):45-50.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [เข้าถึงเมื่อ 21 มกราคม 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2510/A/101/7.PDF.
อัจฉรีย์ สีหา, วรรณภา ศักดิ์ศิริ. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาในร้านชำเขตอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565; 15(1):304-17.
ประกาย จิโรจน์กุล, บรรณาธิการ. การวิจัยทางการพยาบาล : แนวคิด หลักการและวิธีปฏิบัติ. นนทบุรี: โครงการสวัสดิการวิชาการ สถาบันพระบรมราชชนก; 2548.
อัปสร บุญยัง, รุ่งทิวา หมื่นปา. ความชุกของการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำในจังหวัดพิษณุโลกและปัจจัยที่มีผล. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2562; 11(1):105-18.
วราภรณ์ สังข์ทอง. ความชุกของร้านชำที่จำหน่ายยาปฏิชีวนะในเขตอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และปัจจัยที่ทำให้เกิดการจำหน่าย. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2561; 7(1):38-46.
ธีระยุทธ นาคฤทธิ์. ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำ อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (ออนไลน์). 2566; 3(1):163-75.
จินดาพร อุปถัมภ์, คณัฐวุฒิ หลวงเทพ, สิรีธร บัวขจร. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (ออนไลน์). 2564; 3(1):70-85.
Downloads
Published
Versions
- 2024-07-09 (2)
- 2024-04-29 (1)
Issue
Section
License
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว