Development of a health product safety surveillance model in grocery stores: A case study of Pak Nam Laem Sing Subdistrict, Laem Sing District, Chanthaburi Province
Keywords:
surveillance, healthcare products, grocery storeAbstract
This action research aimed to study the problem of inappropriate health product sales in grocery stores, develop and test a health product safety surveillance model in grocery stores in Pak Nam Laem Sing Subdistrict, Laem Sing District, Chanthaburi Province. The sample consisted of 41 grocery store operators. The research instrument was a grocery store inspection record form on the Community Drug and Health Product Surveillance System (G-RDU & G-SHP) program. Data were collected between December 2024 and June 2025. The study methodology consisted of 3 phases: 1. Survey of health product situation in grocery stores, 2. Management of health product safety problems in grocery stores, testing and evaluation, and 3. Improvement of surveillance guidelines. Data were analyzed in quantitative and qualitative ways using descriptive statistics. The results of the research found that after using the surveillance model, The number of drug stores decreased from 78.0 percent to 68.3 percent. The mean level of health product knowledge increased significantly from 3.85±1.10 points (total score 5) to 4.10±0.88 points (p<0.001). When considering the level of knowledge in each aspect, it was found that only aspect 2, understanding, had a statistically significant increase (p<0.05). This led to the PAKNAM LS MODEL being a tool to solve the problem of inappropriate health product sales in local grocery stores and to expand to other areas to be in the same format.
References
สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข). [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER023/GENERAL/DATA0000/00000077.PDF
ปัทมาพร ปัทมาสราวุธ, รุ่งทิวา หมื่นปา. การพัฒนาร้านชำต้นแบบจากโครงการประชารัฐร่วมใจส่งเสริมการใช้ยาอย่างปลอดภัยในชุมชน.วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2563; 12(3): 601-611.
อัปสร บุญยัง, รุ่งทิวา หมื่นปา. ความชุกของการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำในจังหวัดพิษณุโลกและปัจจัยที่มีผล.วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2562; 11(1): 105-118.
วราภรณ์ สังข์ทอง.ความชุกของร้านชำที่จำหน่ายยาปฏิชีวนะในเขตอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และปัจจัยที่ทำให้เกิดการจำหน่าย.วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2558; 7(1): 38-46.
สิริลักษณ์ รื่นรวย. สถานการณ์ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในเขตสุขภาพที่ 3. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2560; 9(1): 226-235.
ธิดาพร อาจทวีกุล, วิรัตน์ ปานศิลา, วรพจน์ พรหมสัตยพรต. การพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการจำหน่ายยาอันตรายในร้านขายของชำในพื้นที่ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์.วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน (ออนไลน์).2559; 22(4): 497-509.
คู่มือการใช้โปรแกรมระบบเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน (G-RDU & G-SHP). ศูนย์วิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.).มวคบ.-สสส.
เพิ่มพรรณ์ ธนะภาส และคณะ การพัฒนารูปแบบการจัดการปัญหาการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ไม่เหมาะสมในร้านชำ ภายในอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2567; 11(2): 395-407.
ณัฐพล ผลโยน และคณะ. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาร้านชำคุณภาพต้นแบบตามโครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2565; 15(3): 561-575.
กาญจนา เสียงใส, ลีลาวดี ศรีสอน, นริศรา พรมบุตร. การพัฒนาแนวทางเพื่อลดการจำหน่ายยาผิดกฎหมายของร้านชำในอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2565; 14(1): 62-69.
เฉลิมพงษ์ ลิมสัมมนาภรณ์, คณิตา ดวงแจ่มกาญจน์, นิวัฒน์ ศักดิ์สิทธิ์.ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อการจำหน่ายยาไม่เหมาะสม ของร้านชำในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2567; 16(2): 341-356.
สุนิษา ถิ่นแก้ว, รัตนาภรณ์ อาวิพันธ์, ชิดชนก เรือนก้อน. การพัฒนาระบบเฝ้าระวังการจำหน่ายยาในร้านชำผ่านนโยบายส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในชุมชนตำบลเหล จังหวัดพังงา. วารสารเภสัชกรรมไทย (ออนไลน์). 2566; 16(2): 316-330.
Downloads
Published
Issue
Section
License
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว