การพัฒนามาตรการในการกำกับดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสม ในร้านชำจังหวัดเลย
คำสำคัญ:
มาตรการกำกับดูแล, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, ร้านชำ, RDU community, ภาคีเครือข่ายบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมในร้านชำจังหวัดเลยซึ่งตั้งในตำบลที่มีการดำเนินงาน RDU community และ เพื่อจัดทำมาตรการในการกำกับดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมในร้านชำจังหวัดเลย วิธีดำเนินการวิจัย: ศึกษาสถานการณ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านชำจำนวน 446 ร้าน ประเมินความรอบรู้ของผู้ประกอบการ จัดเวทีสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) 4 กลุ่ม ใช้เทคนิค SOAR Analysis ในการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมและกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงาน และจัดประชุมหารือภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนามาตรการในการกำดับดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลการวิจัย:ร้านชำส่วนใหญ่มีความเหมาะสมด้านสถานที่ (ร้อยละ 94.8) แต่พบปัญหาสำคัญคือการขายยาที่ไม่เหมาะสม โดยมีร้านไม่ผ่านเกณฑ์ถึงร้อยละ 52.2 และการจำหน่ายอาหารไม่ได้มาตรฐานพบสูงถึงร้อยละ 64.6 ผู้ประกอบการมีความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 2.87 จาก 5) โดยมีปัญหามากที่สุดในหมวดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (ค่าเฉลี่ย 2.26) ร้านที่ผ่านมาตรฐาน G-RDU เพียงร้อยละ 5.8 และ G-SHP เพียงร้อยละ 2.2 ผลการพัฒนามาตรการ 7 ด้าน ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้และให้ความรู้ การตรวจสอบและเฝ้าระวัง การบังคับใช้กฎหมาย การส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ การสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการลดผลกระทบต่อสุขภาพ ผลการขับเคลื่อนมาตรการ (6 เดือนแรก): ร้านชำสีเขียวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.99 เป็นร้อยละ 68.1 ผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ความรอบรู้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.0 เป็นร้อยละ 63.1 ร้านผ่านมาตรฐาน G-RDU เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.8 เป็นร้อยละ 51.5 และ G-SHP เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.2 เป็นร้อยละ 47.7
ข้อเสนอแนะ: ระดับจังหวัดควรประกาศให้การจัดการปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชนเป็นวาระสำคัญ ระดับอำเภอควรกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดและบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และระดับท้องถิ่นควรออกเทศบัญญัติ/ข้อบัญญัติเพื่อควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2566). นโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผล. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
สมหญิง พุ่มทอง, (2562). รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ยาปลอดภัยในชุมชน ปี 2561-2562. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
สาวิตรี ทรงศิลป์. การศึกษาสถานการณ์ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน กรณีศึกษา อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย ปี 2553. รายงานการวิจัย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย: 2553.
ศูนย์วิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) มวคบ.-สสส. (2566). คู่มือการใช้โปรแกรมระบบเฝ้าระวังยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน(G-RDU & G-SHP).
ประภัสสร นุชนิยม. (2567). การประยุกต์ใช้ SOAR Analysis: เครื่องมือการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์กรเพื่อใช้วางแผนกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพ. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2567, จากhttps://hp.anamai.moph.go.th/th/km-research-person/204969
ธีรยุทธ นาคฤทธิ์.ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่. วารสารคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ. 2023; 3(1):163-175.
อัปสร บุญยัง และรุ่งทิวา หมื่นปา. ความชุกของการจำหน่ายยาที่ไม่เหมาะสมของร้านชำในจังหวัด พิษณุโลกและปัจจัยที่มีผล. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2562; 11(1): 105–18.
วรสุดา ยูงทอง. เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การประยุกต์ใช้ระบาดวิทยากับการควบคุมยา: 1 กุมภาพันธ์ 2561.
สลิลทิพย์ น้อยสนิท และชิดชนก เรือนก้อน. (2563). การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบปลอดยาปฏิชีวนะ ยาชุด ยาผสมสารสเตียรอยด์ : กรณีเทศบาลตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย. วารสารเภสัชกรรมไทย, 13(4), 920-932.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ประกาศเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับชมรมเภสัชสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย และบุคลากรท่านอื่นๆในสำนักงานฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว