ผลของการพัฒนาแนวทางดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้านของผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในแผนกผู้ป่วยนอก
คำสำคัญ:
แนวทางการดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้าน, ผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, ความรู้, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ, แผนกผู้ป่วยนอกบทคัดย่อ
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาดและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสูงอายุ อีกทั้งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของโลก การขาดการดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้านทำให้เกิดความกลัว ขาดความมั่นใจในการจัดการตนเอง เกิดอาการกำเริบซ้ำและอาจเสียชีวิตได้
การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental design) แบบสองกลุ่มวัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ในการดูแลตนเองและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเองของผู้สูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่เข้ารับบริการในแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสันป่าตอง ก่อนและหลัง การใช้แนวทางการดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้านที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จากผู้ป่วย 52 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มตัวอย่าง 26 คน และกลุ่มควบคุม 26 คน กลุ่มตัวอย่างได้รับแนวทางการดูแลต่อเนื่องที่บ้านซึ่งผู้วิจัยประยุกต์มาจากทฤษฎีการดูแลตนเองของโอเร็ม เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบวัดความรู้และแบบวัดพฤติกรรมการดูแลตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Independent t-test และ Paired t-test
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับโรคและการดูแลตนเองสูงกว่ากลุ่มควบคุม (t = 4.338, p < .001) และกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพสูงกว่ากลุ่มควบคุม (t = 5.253, p < .001) ในขณะเดียวกัน กลุ่มควบคุมกลับมีคะแนนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อสิ้นสุดการวิจัย (p = .019) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าหากผู้สูงอายุไม่ได้รับแนวทางการดูแลต่อเนื่อง พฤติกรรมสุขภาพอาจลดลงตามการดำเนินไปของโรค
แนวทางการดูแลตนเองต่อเนื่องที่บ้านมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้นำแนวทางนี้ไปใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2024 [cited 2026 April 20]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd)
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease) - PHS2C Surveillance [อินเทอร์เน็ต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 10 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://ph.cmu.ac.th/PHS2C/p_copd_new.php?year=2566
กระทรวงสาธารณสุข. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center): โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 3 พ.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://hdc.moph.go.th/center/public/main
Viniol C, Vogelmeier CF. Exacerbation of COPD. Eur Respir Rev. 2018;27:1-9.
Guarascio AJ, Ray SM, Finch CK, Self TH. The clinical and economic burden of chronic obstructive pulmonary disease in the USA. ClinicoEcon Outcomes Res. 2013;17(5):235-45.
ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์. การส่งเสริมการจัดการตนเองในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2560;11(2):97-104.
Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 4th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
พวงเพชร ใจคำ, เดชา ทำดี, ศิวพร อึ้งวัฒนา. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจัดการตนเองของชาวไทยในพื้นที่สูงที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. พยาบาลสาร. 2563;47(4):142-53.
กัณจนา ภู่วิลัย, นงนุช โอบะ, สมบูรณ์ ตันสุภสวัสดิกุล, ทวีพร ไพบูลย์. ปัจจัยคัดสรรที่ร่วมทำนายคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2555;6(2):12-24.
เนาวรัตน์ ชำนาญกิจ. ผลของการใช้รูปแบบการบริการพยาบาลคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังคุณภาพแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2564; 6(4):158-67.
Reiszadeh I, Abolhassani S, Masoudi R, Kheiri S. The effect of self care program based on the Orem self care model on fatigue and quality of life in patients with COPD. J Nurs Midwifery Sci. 2022;9(4):e134531.
Haggerty JL, Reid RJ, Freeman GK, Starfield BH, Adair CE, McKendry R. Continuity of care: a multidisciplinary review. BMJ. 2003;327(7425):1219-21.
Global Initiative for Chronic Obstructive Lung Disease. Pocket guide to COPD diagnosis, management, and prevention: 2024 Report [Internet]. 2024 [cited 2026 April 20]. Available from: https://goldcopd.org/2024-gold-report/
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการคัดกรอง/ประเมินผู้สูงอายุ. นนทบุรี: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์สงเคราะห์องค์การทหารผ่านศึก; 2557.
Pfeiffer E. A short portable mental status questionnaire for the assessment of organic brain deficit in elderly patients. J Am Geriatr Soc. 1975;23(10):433-41.
ประคอง อินทรสมบัติ. การประเมินภาวะสุขภาพในผู้สูงอายุ. รามาธิบดีพยาบาลสาร. 2539;2(3):44-56.
Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer Health/Lippincott Williams & Wilkins; 2021.
Liu YY, Li YJ, Lu HB, Song CY, Yang TT, Xie J. Effectiveness of internet-based self-management interventions on pulmonary function in patients with chronic obstructive pulmonary disease: A systematic review and meta-analysis. J Adv Nurs. 2023;79(8):2802-14
Bloom BS. Learning for Mastery. Evaluation Comment. 1968;1(2):1-12.
หนูกาญจน์ แผงเมืองคุก, อิ๋น วงษ์เคน, คณรัตน์ เดโฟเซซ์. การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการบริการพยาบาลส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังรายใหม่ คลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลน้ำโสม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(2):98–108.
ณัฏฐา ดวงตา, เกศสุดา ขาวสร้อย, ญานิศา ตุ้ยพนม, กษมา มาตรศรี, จริยา ทรัพย์เรือง. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับการจัดการตนเอง ของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในจังหวัดจันทบุรี. วารสารสถาบันบำราศนราดูร. 2569;20(1):57–68.
นวพร เกตุสระ. การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้และการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะหอบกำเริบในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลเรณูนคร จังหวัดนครพนม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2567;9(1):587-95.
เชิดพงศ์ เชิญกลาง. ประสิทธิผลการใช้แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรงพยาบาลโนนสูง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ. 2569;11(1):1327–33.
กมลทิพย์ ช้างทอง, รังสิยา นารินทร์, ศิวพร อึ้งวัฒนา. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่อความรู้และการปฏิบัติการดูแลสุขภาพปอดในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน. 2566;29(2):28-44.
จิราพร รักษายศ, ศิริเพ็ญ สิทธิบรรณ์. ผลของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในคลินิกรักษ์ปอด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2556;22(6):973-8.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences [Internet]. 2nd ed. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates; 1988 [cited 2026 Aug 22]. Available from: https://doi.org/10.4324/9780203771587
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดชลบุรี, คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.