การศึกษาความรู้ ความตระหนักและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมระหว่างประชากรที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและประชากรที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในเขตหมู่บ้านคำนางรวยใต้หมู่7 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
การศึกษาความรู้ ความตระหนักและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมของประชากรในเขตหมู่บ้านคำนางรวยใต้หมู่7 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
ความรู้ , ความตระหนักบริโภคโซเดียม , พฤติกรรมการบริโภคโซเดียม , ไตเรื้อรังบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง การศึกษาความรู้ ความตระหนักและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมระหว่างประชากรที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและประชากรที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในเขตหมู่บ้านคำนางรวยใต้ หมู่ 7 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และความตระหนักของคนในชุมชนในการชะลอการเสื่อมของไตโดยการรับประทานอาหารโซเดียมต่ำ และเพื่อศึกษาพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงในแต่ละวันของคนในชุมชน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามาจากการสุ่มอย่างง่ายจากประชากรที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่จริงในหมู่บ้านคำนางรวยใต้ หมู่ 7 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 122 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1.แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2.แบบสอบถามความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการรับประทานเกลือและโซเดียม 3.แบบสำรวจพฤติกรรมการบริโภคโซเดียม การตรวจคุณภาพเครื่องมือ โดยการหาค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหา (CVI) 0.81 และ การหาความเชื่อมั่น (Reliability) 0.7 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของของค่าเฉลี่ยโดยใช้สถิติไคสแควร์
ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยระดับความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับการบริโภคเกลือและโซเดียม ของกลุ่มที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและกลุ่มที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ค่าเฉลี่ยภาพรวมทุกข้ออยู่ในระดับปานกลางเท่ากัน ( =0.56 S.D.=0.46, =0.53 S.D.=0.46) ไม่แตกต่างทางสถิติ 2) ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการบริโภคโซเดียม กลุ่มที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกลุ่มที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อยู่ในระดับปานกลาง เท่ากัน ( =2.12 S.D.=0.71, =2.05 S.D.=0.69) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างรายข้อ ของกลุ่มที่เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง กับกลุ่มที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มี 1 ข้อ คือ ข้อ 7 อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง โดยดูที่ปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์นั้นๆ(=2.06 ,S.D.=0.96, =1.54 ,S.D.=0.70) มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ <0.05 ข้อเสนอแนะ 1.ควรส่งเสริมให้ประชากรมีความรู้และความตระหนักในการบริโภคโซเดียมต่ำให้มากขึ้น แนะนำการอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง ก่อนบริโภคอาหารและควรแนะนำเมนูอาหารเฉพาะโรคเฉพาะรายให้มากขึ้นและควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมของกลุ่มตัวอย่าง
เอกสารอ้างอิง
Nicola L.D. & Zoccali C. Chronic kidney disease prevalence in the general population: heterogeneity and concerns. Nephrol Dial Transplant 2016; 31: 331-335.
ประเสริฐ ธนกิจจารุ. สถานการณ์ปัจจุบันของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย. วารสารกรมการแพทย์ 2558; 40(5): 5–19.
วรางคณา พิชัยวงศ์. โรคไตจากเบาหวาน. วารสารกรมการแพทย์ 2558; 40(5): 20–25.
ลือชัย ศรีเงินยาง, ชนิตาม วงษ์จินดา และฐนิดา อภิชนะกุลชัย. สถานการณ์การบริโภคเกลือโซเดียมในประเทศไทย. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; 2550.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. พฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม [อินเตอร์เนต]. 2556 [เข้าถึงเมื่อ 2562 ธันวาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: http://www.hed.go.th.
แพรวพรรณ สุริวงศ์. โซเดียม ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม [อินเตอร์เนต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 2562 ธันวาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th/Content/35967.
Yuko Ohta, Takuya Tsuchihashi, Kanako Kiyohara & Hideyuki Onik. High salt intake promotes a decline in renal function in hypertensive patients: a 10-year observational study. Hypertension Research 2013; 36:172–176.
กองโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2560 แยกตามเขตบริการสาธารณสุข [อินเตอร์เนต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2562 ธันวาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents-detail.php?id=13893&tid=32&gid=1-020.
Daniel W.W. Biostatistics: Basic Concepts and Methodology for the Health Sciences, 9th ed. New York: John Wiley & Sons; 2010.
คณะกรรมการนโยบายการลดการบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงาน
โรงพยาบาลเค็มน้อย อร่อย(3) ดี [อินเตอร์เนต] 2561. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2562 ธันวาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/document/file/ download/paper-manual/Book โรงพยาบาลเค็มน้อยอร่อย(3)ดี.pdf.
Bloom B.S. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw– Hill; 1971.
Best J.W. Research in Education, 3rd ed. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice Hall; 1977.
กรรณิกา สุวรรณา, วลัยลักษณ์ สิทธิบรรณ์, จิรา แก้วดำ และ เลอศักดิ์ อินทร์นุภาพ. ความรู้ ความเชื่อ ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารเค็ม ของประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ 2563; 2(1): 53–61.
ลัดดา ดำริการเลิศ. การจัดการความรู้และสังเคราะห์ แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล: การจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กรณีเบาหวานและความดันโลหิตสูง.โครงการสนับสนุนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.) สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) 2553.
พัศมัย เอกก้านตรง, อุไรพร จิตต์แจ้ง, ประไพศรี ศิริจักรวาล และวันทนีย์ เกรียงสินยศ. ปริมาณโซเดียม ในอาหารยอดนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย.วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราช ชนนี นครราชสีมา 2561; 24(2): 6–17.
กรรณิกา สุวรรณา, วลัยลักษณ์ สิทธิบรรณ์, จิรา แก้วดำ และ เลอศักดิ์ อินทร์นุภาพ. ความรู้ ความเชื่อด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารเค็ม ของประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ 2563; 2(1): 53–61
กิตติ สรณเจริญพงศ์ และ สิรินทร์ยา พูลเกิด. การประเมินผลมาตรการรณรงค์ลดการบริโภคเกลือในคนไทย: ปีที่ 1. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และ แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพคนไทย กระทรวงสาธารณสุข [อินเตอร์เนต]. 2555 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 2562 ธันวาคม 10]. เข้าถึงได้จาก: https://www.lowsaltthai.com.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
