การเสริมสร้างพลังภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนในการพัฒนาความสำาเร็จของการรักษาวัณโรคในตำาบลกลางดงอำาเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
วัณโรค, การเสริมสร้างพลังอำานาจ, การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังภาคีเครือข่าย การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อพัฒนาความสำาเร็จในการรักษาวัณโรคในพื้นที่ตำาบลกลางดง อำาเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มเป้าหมาย คือ แกนนำาชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำาบล เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาล ผู้ป่วยวัณโรค และญาติผู้ป่วยวัณโรค จำานวน 48 คน การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษากระบวนการเสริมสร้างพลังภาคีเครือข่าย การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อพัฒนาความสำาเร็จในการรักษาวัณโรคในพื้นที่ตำาบลกลางดง อำาเภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มเป้าหมาย คือ แกนนำาชุมชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำาบล เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาล ผู้ป่วยวัณโรค และญาติผู้ป่วยวัณโรค จำานวน 48 คน เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการประชุม การสนทนากลุ่ม การสังเกตและการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ ใช้ Paired Samples t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่ากระบวนการ เสริมสร้างพลังภาคีเครือข่ายสุขภาพชุมชนในการพัฒนาความสำาเร็จของการรักษาวัณโรคครั้งนี้ ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน คือ 1) การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกำาหนดแผนการพัฒนา 2) ภาคีเครือข่าย มีความกระตือรือร้นในกิจกรรม 3) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วมในการดำาเนินกิจกรรมทุกขั้นตอน 4) ผู้ป่วย ญาตผิปู้ว่ย ภาคเีครอืขา่ยสขุภาพชมุชนมคีวามรแู้ละกระตอืรอืรน้ในการปฏบิตังิาน 5) การสรา้งความรสู้กึผกูพนั และร่วมกันรับผิดชอบ 6) ความร่วมมือร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 7) การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่ เกยี่วขอ้ง 8) การบรูณาการการทำางานรว่มกนัทกุภาคสว่น ผมู้สีว่นเกยี่วขอ้งมกีารเปลยี่นแปลงทงั้ทางดา้นความรู้ ดา้นการมสีว่นรว่ม และดา้นความพงึพอใจในการเสรมิสรา้งภาคเีครอืขา่ยสขุภาพชมุชนในการพฒันาความสำาเรจ็ ของการรักษาวัณโรคในพื้นที่ดีขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเกิดความ ร่วมมือในพื้นที่มากขึ้นส่งผลให้อัตราการรักษาสำาเร็จของผู้ป่วยวัณโรคเป็นร้อยละ100
เอกสารอ้างอิง
2. World Health Organization (WHO), Global Report on TB. s.l: World Health Organization, 2011.
3. กรมควบคมุโรค กระทรวงสาธารณสขุ. รายงานสถานการณว์ณัโรค. กรงุเทพฯ: กระทรวงสาธารณสขุ, 2553.
4. สำานักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา. นครราชสีมา: สำานักงาน สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 2557.
5. สำานักงานสาธารณสุขอำาเภอปากช่อง. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา. นครราชสีมา: สำานักงาน สาธารณสุขอำาเภอปากช่อง, 2557.
6. โรงพยาบาลสง่เสรมิสขุภาพตำาบลกลางดง. รายงานการเฝา้ระวงัทางระบาดวทิยา. นครราชสมีา: โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำาบลกลางดง, 2557.
7. กลุ่มวัณโรคสำานักโรคเอดส์วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.
แนวทางการดำาเนินงานตามแผนงานวัณโรคแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข,
2548.
8. ปรียา สินธุระวิทย์ และวันเพ็ญ ปัณราช. การพัฒนาแนวทางการควบคุมวัณโรคในชุมชนของโรงพยาบาล วานรนิวาส จังหวัดสกลนคร. สกลนคร: สำานักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร, 2555.
9. Gibson,C.H. A Study of Empowerment in Mothers of Chronically ill Children. Michigan: Boston
College, 1993.
10. ภสัสรุยี์ คณูกลาง. ปจัจยัทมี่คีวามสมัพนัธก์บัการมสีว่นรว่มของคณะกรรมการชมุชนในการพฒันาเมอืงนา่อยู่ อยา่งยงั่ยนื เทศบาลนครขอนแกน่ จงัหวดัขอนแกน่. วทิยานพินธป์รญิญาสาธารณสขุศาสตรมหาบณัฑติ
สาขาวิชาการบริหารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2546.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
