รูปแบบการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาในการลดการใช้สารเคมีของเกษตรกรผู้ปลูก เห็ดบด จังหวัดกาฬสินธุ์

ผู้แต่ง

  • สุวารีย์ ศรีปูณะ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • สม นาสอ้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์
  • จักราวุฒิ วงษ์ภักดี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

คำสำคัญ:

เกษตรกร สารเคมี เห็ดบด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาในการลดการใช้สารเคมี
ของเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดบด จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการวิจัยและพัฒนา ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือเกษตรกร
ผู้ปลูกเห็ดบดที่เป็นหัวหน้าครัวเรือน/ตัวแทนครัวเรือนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเลือกอาสาสมัครตามคุณสมบัติ
และใช้การสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ การประชุมกลุ่ม การสนทนากลุ่ม
วิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วยชุดตรวจสารเคมีและชุดตรวจเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรส วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ
ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และpaired t-test ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการลดการใช้สารเคมี
ในการปลูกเห็ดบดมี 2 ขั้นตอน คือ 1. การวิเคราะห์สภาพเดิมร่วมกันและ 2. การปฏิบัติการด้วยกระบวนการ
กลุ่มอย่างต่อเนื่องโดยความร่วมมือของผู้ปลูกเห็ดบดและภาคีในท้องถิ่น ด้วยกิจกรรม 5 กิจกรรม ได้แก่
1) การรณรงค์ให้ความรู้ 2) การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อใช้สารทดแทนและจัดการเห็ดให้ปลอดภัย 3) ศึกษา
ดูงานในโรงเห็ดตัวอย่างและปฏิบัติการจริง 4) รวมกลุ่มผู้ปลูกเห็ดให้ยั่งยืน 5) สร้างความร่วมมือของกลุ่ม
ผู้ปลูกเห็ดกับภาคีองค์กรในชุมชน ผลการเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ พฤติกรรมและระดับเอ็นไซม์โคลีน
เอสเตอเรสในเลือดก่อนกับหลังการใช้รูปแบบ 3 เดือน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05 และผลการตรวจปริมาณสารเคมีตกค้างกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมตในเห็ดบดหลังการใช้รูปแบบ
3 เดือน จำนวน 30 ตัวอย่าง ไม่พบสารเคมีตกค้าง ซึ่งกระบวนการที่เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่
การพัฒนารูปแบบการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการใช้สารเคมีในเกษตรกรต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. Monteiro DA, Rantin FT, Kalinin AL. The effects of selenium on oxidative stress biomarkers in the
freshwater characid fish Matrinxa. Comp BiochemPhysiol C ToxicolPharmacol. 2009;149(1):
40-9.
2. สุรางค์ พรมสุวรรณ และคณะ. สิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิต. อยุธยา: โครงการพัฒนาตำรามหาวิทยาลัย
ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2552.
3. วินัย วีระวัฒนานนท์. สิ่งแวดล้อมศึกษา : การศึกษาเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน.
มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2550.
4. BryconCephalus (Genther,1869) Exposed to Organophosphate Insecticide Folisuper600 BR®
(methyl parathion).Comparative Biochemistry and Physiology, Part 2009; C.149: 44-49.
5. สมศรี ภูแพง. กระบวนการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในการ
ปลูกเห็ดกระด้างของเกษตรกร ตำบลโนนสะอาด อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ;
2553.
6. จักราวุฒิ วงษ์ภักดี. บริบทชุมชน สภาพการปลูกเห็ดบด ความรู้ เจตคติ พฤติกรรมการใช้สารเคมีและระดับ
เอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสในเลือดของเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดบด ตำบลโนนสูง อำเภอยางตลาด จังหวัด
กาฬสินธุ์ วิทยานิพนธ์ ปร.ด สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์; 2556)
7. กระทรวงสาธารณสุข. การสาธารณสุขไทย 2544-2547. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การทหารผ่านศึก, 2549.
8. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์.รายงานการสำรวจสุขภาวะประชาชนกาฬสินธุ์; 2554
9. Elliot W. Eisner. Educational Connoisseurshipand CriticismTheir Form and Functions in Educational
Evaluation. Evaluation Models 1983; 6: 335-347.
10. Sanzidur Rahman. Farm-level pesticide use in Bangladesh: determinants and awareness. Agriculture,
Ecosystems & Environment 2003; 95(1): 241–252.
11. อคินร พีพัฒน์. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาชนบทในสภาพสังคม และวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร:
ศักดิ์โสภาการพิมพ์;2527.
12. สม นาสอ้านและคณะ. คู่มือการพัฒนาชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข. กาฬสินธุ์ : กาฬสินธุ์โรงพิมพ์; 2550.
13. Krejcie, Morgan. Determining sample size for research activities; 1970.
14. วรรณี แกมเกตุ. วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551 วรรณี แกมเกตุ, 2551 หน้า 283.
15. ทวีชัย แป้นสันเทียะ. การประเมินอันตรายด้วยตนเองร่วมกับการให้ความรู้ในการป้องกันอันตรายจากการ
ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรปลูกแตงร้าน อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ปริญญา
สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม.ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น ;2550.
16. ปานชีวา ณ หนองคาย. การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ผู้สูงอายุ ในจังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสิ่งแวดล้อมศึกษา. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ; 2551.
17. ธวัชชัย ไตรทิพย์.การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผู้นำสิ่งแวดล้อมชุมชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ; 2551
18. ธีรพัฒน์ สุทธิประภา. กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
จากการใช้สารเคมีและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สารเคมี. วิทยานิพนธ์ ปร.ด.มหาสารคาม:
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2550.
19. เจริญพงษ์ กังแฮ. ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อระดับสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในเลือดเกษตรกร อำเภอ
แม่วาง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร. เชียงใหม่:
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่;2544
20. คำเติม นระศรี.การมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ผู้เพาะปลูกเห็ด อำเภอ
ห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาอนามัย
สิ่งแวดล้อม. ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น ; 2546.
21. กมลฉัตร์ บุศยารัศมี. การพัฒนารูปแบบชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขทางสุขภาพ กรณีศึกษาอำเภอทัพทัน จังหวัด
อุทัยธานี. ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร ; 2552.
22. ชาญชัยณรงค์ ทรงคาศรี. การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการดำเนินชีวิตตาม ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้หลักการทางสิ่งแวดล้อมศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปร.ด. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม ; 2552.

เผยแพร่แล้ว

2019-05-16

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีปูณะ ส., นาสอ้าน ส., & วงษ์ภักดี จ. (2019). รูปแบบการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาในการลดการใช้สารเคมีของเกษตรกรผู้ปลูก เห็ดบด จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา, 22(2), 28–38. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ODPC9/article/view/189529

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ