การพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ติดบุหรี่เพื่อลดการสูบบุหรี่ ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • ปิยรัฐ เหล่าอุด คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
  • พุฒิพงศ์ สัตยวงศ์ทิพย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, การสูบบุหรี่, การพัฒนาศักยภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาบริบทชุมชนและข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ติดบุหรี่ 2)  เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ติดบุหรี่เพื่อลดการสูบบุหรี่ และ 3) เพื่อศึกษาผลลัพธ์ในการพัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ติดบุหรี่เพื่อลดการสูบบุหรี่ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการวิจัยเชิงปฏิบัติการของ Kemmis and Mc Taggart (1998) และทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคของ Roger (1983) ผู้เข้าร่วมการวิจัย คือ ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มารับบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด่านเกวียน จำนวน 32 คน ระยะเวลาศึกษาตั้งแต่เดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2562 เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบบันทึก แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test  ผลการวิจัย พบว่า ภายหลังการพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ การรับรู้ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ การรับรู้โอกาสเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ความคาดหวังในความสามารถของตนเองที่จะลดการสูบบุหรี่ ความคาดหวังในผลลัพธ์ของการลดการสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ สูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) หลังการพัฒนาผู้ป่วยทุกคนสามารถลดปริมาณมวนบุหรี่ที่สูบต่อวัน โดยจำนวนมวนบุหรี่ที่สูบต่อวันน้อยกว่าก่อนพัฒนาศักยภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01)

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization: WHO. (2018). World No Tobacco Day 2017: Tobacco threatens us all. Retrieved March 25 2018, form http://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/tobacco

กรมควบคุมโรค และศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2559) สถานการณ์ควบคุมการบริโภคบุหรี่ของประเทศไทย พ.ศ. 2559, สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561, จาก http://www.trc.or.th/th/images/upload/files/data/tobaccoinfo/2017/Situation2016final.pdf. น. 20-30.

สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ. (2555). ข้อมูลน่ารู้: การบริโภคยาเส้นของประชากรไทย. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2554). รายงานสถานการณ์การบริโภคยาสูบรายจังหวัด พ.ศ. 2554.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คู่มือการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: อิโมชั่น อาร์ต, น. 4.

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2561). การสูบบุหรี่กับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561, จาก http://www.trc.or.th/th/media/attachments/2018/02/05/world-no-tobacco-day-2018-tobacco-and-health-disease.pdf, น. 7.

ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ (ศบช.). (2558). สูบบุหรี่มือสอง. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561, จาก

http://www.thailandquitline.or.th/site/about/viwe/25.

อมรรัตน์ มานะวัฒนวงศ์ และคณะ. (2560). ผู้ป่วยด้วย NCD มีพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพอยู่มากน้อยแค่ไหน: รายงานการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ พ.ศ.2558. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 11(3), น. 345.

กรมควบคุมโรค. (2560). คู่มือการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: อิโมชั่น อาร์ต, น. 4, น. 36.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์. (2559). แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข). สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561, จาก http://ddccenter.ddc.moph.go.th/infoc/download/201706161497602904_Info_20_Y_plan_V4&18M_planV5.pdf

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา. (2558). รูปแบบการพัฒนางาน NCDs นครราชสีมา. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2561, จากhttp://www.korathealth.com/korathealth/index.php

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด่านเกวียน. (2561). ระบบงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)HosXp.ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา.

Kemmis, S., & McTaggart, R. (1998). The action research planner (3rd ed.). Geelong, Australia: Deakin University Press.

Roger, R. W.A. (1983). Cognitive and physiological processes in attitude change revised theory of Protection motivation. In J.T. Cacioppo (ed.), Social physiological: A sourcebook. New York: Guilford Press.

ปรัชพร กลีบประทุม และคณะ. (2559). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการเลิกสูบบุหรี่สำหรับผู้สูบบุหรี่ในตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง. Veridian E-Journal, Science and Technology Silpakorn University, 3(4), น. 30-43.

ธนะวัฒน์ รวมสุกและคณะ. (2561). ผลของโปรแกรมเลิกบุหรี่โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาล, 67(1), น. 1-10.

นิยม จันทร์นวล และศิริญญา วิลาศรี. (2560). ผลการประยุกต์ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ สถานีตํารวจภูธรเมืองชัยภูมิ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 23(1), น. 44-58.

วีรศักดิ์ สะอาดเอี่ยม และคณะ. (2559). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในผู้ชายวัยทำงาน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารบัณฑิตวิจัย, 7(1), น. 85-100.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-01-28

รูปแบบการอ้างอิง

เหล่าอุด ป., & สัตยวงศ์ทิพย์ พ. . (2022). การพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ติดบุหรี่เพื่อลดการสูบบุหรี่ ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา, 28(1), 50–61. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ODPC9/article/view/253709

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ