ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตระหว่างการรักษาของผู้ป่วยวัณโรคปอด ในจังหวัดสุรินทร์ ปี 2561–2565
คำสำคัญ:
วัณโรคปอด, เสียชีวิตระหว่างการรักษา, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์ย้อนหลัง (retrospective cohort study) วัตถุประสงค์เพื่อหาอัตราการเสียชีวิตและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดที่อยู่ระหว่างรับการรักษา ในจังหวัดสุรินทร์ โดยใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคปอดในโปรแกรม National Tuberculosis Information Program (NTIP) ที่ขึ้นทะเบียนและรับการรักษา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2561 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2565 พบผู้ป่วยวัณโรคปอด จำนวน 6,760 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และสถิติเชิงอนุมาน โดยการหาอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรค การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (bivariate analysis) และการวิเคราะห์ตัวแปรพหุ (multivariable analysis) ใช้โมเดลเชิงเส้นโดยนัยทั่วไป (generalized linear model, GLMs) ควบคุมผลกระทบจากปัจจัยอื่นโดยเทคนิคการวิเคราะห์แบบขจัดออกทีละตัวแปร (backward elimination) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยวัณโรคปอดเสียชีวิต จำนวน 562 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 8.11 ต่อแสนประชากร (95%CI: 7.46–8.81) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอด ได้แก่ อายุ 58–69 ปี (adjusted RR = 2.10, 95%CI: 1.56–2.83) และอายุ 70 ปีขึ้นไป (adjusted RR = 4.08, 95%CI: 3.07–5.42) โรคไตเรื้อรัง (adjusted RR = 1.80, 95%CI: 1.27–2.55) การติดเชื้อร่วมเอชไอวี (Adjusted RR = 4.33, 95%CI: 3.17–5.92) การมีประวัติติดสุราเรื้อรัง (adjusted RR = 2.85, 95%CI: 1.89–5.92) และการมีภาวะทุพโภชนาการ (adjusted RR = 2.82, 95%CI: 1.53–5.19) ดังนั้นสถานพยาบาลควรปรับปรุงแผนการดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอดในกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไตเรื้อรังและผู้ที่ติดเชื้อร่วมเอชไอวี และผู้ป่วยที่มีภาวะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมและติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดได้
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization (WHO). Global tuberculosis report 2022. Geneva: WHO; 2022.
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพมหานคร: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2564.
World Health Organization (WHO). Global tuberculosis report 2023. Geneva:WHO; 2023.
Takarinda KC, Sandy C, Masuka N, Hazangwe P, Choto RC, Mutasa-Apollo T, et al. Factors Associated with Mortality among Patients on TB Treatment in the Southern Region of Zimbabwe, 2013. Tuberc Res Treat 2017;2017:6232071.
เจริญศรี แซ่ตั้ง. ลักษณะของผู้ป่วยวัณโรคและปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตระหว่างการรักษาของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ในภาคเหนือตอนบน ปี 2005-2014. วารสารควบคุมโรค 2560;43(4):436–47.
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค. สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทย [อินเตอร์เน็ต].2566 [เข้าถึงเมื่อ 2566 กันยายน 29]. เข้าถึงได้จาก: https://tbthailand.com/dashboard.php
Fleiss JL, Levin B, Paik MC. Statistical methods for rates and proportions. 3rd ed. Hoboken (NJ): John Wiley & Sons; 2013.
Medina A, López L, Martínez C, Aguirre S, Alarcón E. Factors associated with mortality from tuberculosis in Paraguay, 2015-2016. Rev Panam Salud Publica 2019;43:e102.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. จำนวนประชากรกลางปี จำแนกตามเพศ ภาค และจังหวัด (จากกระทรวงสาธารณสุข) พ.ศ. 2555 - 2567 [อินเตอร์เน็ต].2567 [เข้าถึงเมื่อ 2567 มีนาคม 1]. เข้าถึงได้จาก : https://www.nso.go.th/nsoweb/downloadFile/stat_impt/gQ/file_xls_th
สวรรยา สิริภคมงคล. การตายด้วยวัณโรคในประเทศไทย. วารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ 2564;15(3):1–13.
วิลาวัลย์ สุขยา, จิรพันธุ์ อินยาพงษ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตระหว่างการรักษาของผู้ป่วยวัณโรคปอดรายใหม่ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 2564;19(2):80–91.
Soria J, Metcalf T, Mori N, Newby RE, Montano SM, Huaroto L, et al. Mortality in hospitalized patients with tuberculous meningitis. BMC Infect Dis 2019;19(1):9.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
