การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัดในพื้นที่อำเภอชายแดน จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ปี พ.ศ. 2566
คำสำคัญ:
โรคหัด, ระบบเฝ้าระวังโรค ME Online, การประเมินระบบเฝ้าระวัง, พื้นที่ชายแดนบทคัดย่อ
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดเป้าหมายการกำจัดโรคหัดภายในปี 2566 แต่ประเทศไทยยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัดในโรงพยาบาลชุมชนพื้นที่อำเภอชายแดน จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 7 แห่ง โดยใช้การศึกษาเชิงพรรณนา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–31 ธันวาคม 2566 ด้วยการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยรหัส ICD-10 ที่เกี่ยวข้องกับโรคหัด จำนวน 1,845 ราย (เชิงปริมาณ) และสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 62 ราย (เชิงคุณภาพ) พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตามนิยามโรคหัด จำนวน 75 ราย แต่มีการรายงานเข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง ME Online เพียง 2 ราย คิดเป็นความไวของระบบร้อยละ 2.67 โดยจังหวัดสุรินทร์มีความไวร้อยละ 4.44 และจังหวัดบุรีรัมย์ไม่มีการรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ ผู้ป่วยที่ได้รับการรายงานมีความถูกต้องตามนิยามร้อยละ 100 และรายงานภายใน 7 วันทุกราย อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีการรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังเพียง 2 ราย ข้อมูลจากระบบจึงยังไม่สะท้อนลักษณะทางระบาดวิทยาของผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดในพื้นที่ศึกษา และการประเมินเชิงคุณภาพ พบว่าระบบมีหลายขั้นตอน ต้องอาศัยผลการสอบสวนโรคและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จึงมีความยืดหยุ่นต่ำ อีกทั้งยังขาดความมั่นคงจากการเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบงานบ่อยครั้ง ระบบได้รับการยอมรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเป็นหลัก ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ และยังไม่พบการนำข้อมูลจากระบบไปใช้ประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ระบบเฝ้าระวัง ME Online ในพื้นที่ศึกษามีความไวต่ำ และยังมีข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่น ความมั่นคงและการใช้ประโยชน์จากข้อมูล จึงควรพัฒนากลไกการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก การรายงานผู้ป่วย การสื่อสารแนวทางแก่ผู้ปฏิบัติงาน และส่งเสริมการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการในผู้ป่วยที่มีอาการไข้ร่วมกับผื่น แม้จะมีประวัติได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัดแล้วก็ตาม เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการกำจัดโรคหัด
เอกสารอ้างอิง
ปริยา หนูคง, ปรีชา สุมาลัย, ธนิต รัตนธรรมสกุล. การสอบสวนเหตุการณ์การระบาดของโรคหัดในศูนย์การเรียนรู้แห่งหนึ่ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2567. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ 2568;56(4):e3663.
นิลุบล คารวานนท์, รวินันท์ โสมา, อรทัย สุวรรณไชยรบ, วิชญาภรณ์ วงษ์บำหรุ, ธนิต รัตนธรรมสกุล. การสอบสวนการระบาดของโรคหัดในโรงงานผลิตเครื่องถ่ายเอกสารแห่งหนึ่ง จังหวัดระยอง ปี พ.ศ. 2561. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน 2564;1(3):16–22.
กองตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. รายละเอียดตัวชี้วัด [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 8 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://inspection.moph.go.th/e-inspection/file_docth/2023-12-15-09-07-32.pdf
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคหัด หัดเยอรมัน และ CRS ประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 3 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://apps-doe.moph.go.th/measles/
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. นิยามโรคและแนวทางการรายงานโรคติดต่ออันตรายและโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังในประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 5 เมษายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1142920210518092542.pdf
โรจกร ลือมงคล, สุวัฒนา วงษ์ปฏิมาพร.การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัดของโรงพยาบาลคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ.ชัยภูมิเวชสาร 2561;38(3):72–84
กรมควบคุมโรค. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งโรคติดต่ออันตรายและโรคที่ต้องเฝ้าระวัง พ.ศ. 2560 [อินเทอร์เน็ต].2560 [เข้าถึงเมื่อ 5 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/uploads/ckeditor/c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf/files/003_7gcd.PDF
นลินี ช่วยดำรง, ลัดดาวัลย์ สุขุม, ศุภราภรณ์ พันธ์เถระ. การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคหัด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศไทย พ.ศ. 2556. วารสารควบคุมโรค 2557;40(4):302–9.
ธนพล หวังธีระประเสริฐ, สุคนธา ศิริ. การประเมินระบบเฝ้าระวังและตัวชี้วัดของโครงการกำจัดโรคหัด จังหวัดสมุทรสาคร. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ 2556;44(12):177–81.
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. เกณฑ์ความสำเร็จของการเฝ้าระวังโรคหัดและหัดเยอรมันขององค์การอนามัยโลก [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 3 มกราคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/doe/pagecontent.php?page=608&dept=doe
Cutts FT, Lessler J, Metcalf CJE. Measles elimination: progress, challenges and implications for rubella control. Expert Rev Vaccines 2013;12(8):917–32.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
