ผลการใช้นวัตกรรมกระเป๋าเตือนรับประทานยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
คำสำคัญ:
กระเป๋าเตือนรับประทานยา, พฤติกรรมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, ผู้สูงอายุ, นวัตกรรมโปรแกรมมะขาม 3 รุ่นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi–experimental research) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการใช้นวัตกรรมกระเป๋าเตือนรับประทานยาในผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยาในผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีโรคร่วม จำนวน 30 คน ทำการศึกษาโดยให้กลุ่มตัวอย่างทดลองใช้กระเป๋าเตือนรับประทานยาที่พัฒนาขึ้น ในระยะเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม เพื่อประเมินผลการใช้กระเป๋าเตือนรับประทานยาฯ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) นวัตกรรมกระเป๋าเตือนรับประทานยา 2) แบบสอบถามที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามประเมินคุณสมบัติของกระเป๋า 6 ด้าน แบบสอบถามผลการใช้นวัตกรรมต่อการลืมรับประทานยา โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน (IOC = 0.80) และหาค่าความเชื่อมั่น Cronbach's alpha เท่ากับ 0.81 และ 0.87 ตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่า คุณสมบัติของนวัตกรรมกระเป๋าเตือนรับประทานยาในผู้สูงอายุที่มีหลายโรคโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านความปลอดภัย ( = 4.10, SD = 0.66) รองลงมาคือ ด้านการตอบสนองต่อความต้องการผู้ใช้ (
= 3.96, SD = 0.64) และด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (
= 3.96, SD = 0.69) ส่วนด้านที่ได้คะแนนเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ด้านการใช้งานง่าย (
= 3.73, SD = 0.76) นอกจากนี้พบว่า ภายหลังใช้กระเป๋าเตือนรับประทานยา ผู้สูงอายุมีการลืมรับประทานยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) จากคะแนนเฉลี่ยก่อนใช้ (
= 4.2, SD = 0.78) และหลังใช้ (
= 1.2, SD = 0.63) ข้อเสนอแนะคือ ควรมีการนำนวัตกรรมกระเป๋าเตือนรับประทานยาในผู้สูงอายุที่มีหลายโรค ไปใช้นานกว่า 1 สัปดาห์ เพื่อประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
สายฝน สุเอียนทรเมธี. ผู้สูงอายุที่ยังคุณประโยชน์: กระบวนทัศน์ กลไก มาตรการ ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบาย. กรุงเทพฯ: สถาบันคลังสมองของชาติ; 2567
กลุ่มสถิติแห่งชาติและภาวะทางสังคม. สำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม; 2567.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 [อินเตอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ตุลาคม 25]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20241209145003_27188.pdf
กรมกิจการผู้สูงอายุ. สถิติผู้สูงอายุ กันยายน 2568 [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ตุลาคม 25]. เข้าถึงได้จาก:https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2569
กรมการปกครอง. ระบบสถิติทางการทะเบียน: สถิติการบริการด้านการทะเบียน. ส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 2568 ตุลาคม 25]. เข้าถึงได้จาก: https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMenu/newStat/home.php
National Council on Aging. The top 10 most common chronic conditions in older adults [Internet]. 2025 [cited 2025 Jul 28]. Available from: https://www.ncoa.org/article/the-top-10-most-common-chronic-conditions-in-older-adults/
วัชราภรณ์ เปาโรหิตย์, ธัญรดี ปราบริปู, กิตติยา มหาวิริโยทัย, ฉัตรวารินทร์ บุญเดช. ปัญหาการใช้ยาของผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคเรื้อรังที่มารับบริการในคลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช. ราชาวดีวารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุรินทร์ 2566;13(2):48–63.
Prabahar K, Albalawi MA, Almani L, Alenizy S. Assessment of medication adherence in patients with chronic diseases in Tabuk, Kingdom of Saudi Arabia. J Res Pharm Pract 2021;9(4):196–201.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองขอน จังหวัดอุบลราชธานี. รายงานการบริการ ผู้ป่วยปี 2567. อุบลราชธานี:งานบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองขอน; 2567.
Branch RM. Instructional design: The ADDIE approach. New York: Springer; 2009.
บุญชม ศรีสะอาด. วิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สุรียาสาส์น; 2553.
Lewis J, Sauro J. How to compare two dependent proportions [Internet]. 2023 [cited 2025 Jul 28]. Available from:https://measuringu.com/mcnemar-exact-test/
ศุภาพิชญ์ โฟนโบร์แมนน์, วินัย สยอวรรณ, สิริชัย จันทร์นิ่ม, ศรารัตน์ รุ่งเรืองคณารักษ์, เปรมชัย สุขสำราญ, ปิยะพร ศรีสุข และคณะ. ผลของนวัตกรรมกระเป๋ายาเตือนความจำที่มีต่อการรับประทานยาต่อเนื่องและคุณภาพของยา. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา 2561;13(2):117–25.
Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 4th ed. St. Louis: Mosby Year Book; 1991.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
