ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ พื้นที่เขตสุขภาพที่ 5
คำสำคัญ:
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่, พฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัส, ยาต้านไวรัสบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ พื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 โดยเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ที่เข้ารับบริการในสถานบริการสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 110 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามประเภทถามตอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติไคสแคว์ (chi-square) และสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s correlation coefficient) กำหนดนัยสำคัญทางสถิติ ที่ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 57.3 มีอายุเฉลี่ย 28.67 ปี มีพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัสอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 50.9 มีการรับรู้โอกาสเสี่ยงของการเกิดโรค การรับรู้ความรุนแรงของโรค และการรับรู้ประโยชน์ของการรักษาอยู่ในระดับสูง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32, 4.27 และ 4.43 ตามลำดับ ขณะที่การรับรู้อุปสรรคของกระบวนการรักษาอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.67 จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า เพศและระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์/พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเอง เมื่อติดเชื้อเอชไอวีและความรู้เรื่องยาต้านไวรัสเอชไอวี มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัส ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ (r = 0.436, p < 0.01 ) และการรับรู้ประโยชน์ของการรักษา มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมความตั้งใจรับประทานยาต้านไวรัส อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.398, p < 0.01) ดังนั้นควรมีการสนับสนุนให้หน่วยบริการมีการให้ความรู้เรื่องความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์/พฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตนเอง การเสริมสร้างการรับรู้ประโยชน์ของการรักษา รวมไปถึงการรับประทานยาต้านไวรัสที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมและมีแนวโน้มที่จะรับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ และนำไปสู่พฤติกรรมการดูแลสุขภาพในด้านอื่นเพิ่มขึ้นมาด้วย
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค. HIV Hub [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 2568 กันยายน 27]. เข้าถึงได้จาก:https://hivhub.ddc.moph.go.th/officer/dashboard/national.php
ภูษิต ประคองสาย. โครงการประเมินผลการดูแล รักษาและช่วยเหลือผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย. นครปฐม: สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล; 2557.
รังสิมา โล่ห์เลขา, พัชรภรณ์ ภวภูตานนท์, ลาวัณย์ สันติชินกุล, บงกช เจตน์สว่าง, นุชนาถ ยิ้มใย, บรรณาธิการ. การเริ่มยาต้านเอชไอวีเพื่อการรักษาภายในวันเดียวกับการตรวจวินิจฉัย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัทเรดิเอชั่น จำกัด; 2564.
กนกพรรณ อุทัยมณี, ปิ่นหทัย หนูนวล. การศึกษารูปแบบและปัญหาอุปสรรคในการมีส่วนร่วมของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการเข้ารับบริการของคลินิก Anti Retro Viral โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จังหวัดสมุทรสงคราม. Journal of Social Synergy 2563;13(1):13–28.
สุภาพร หอมดี. ความต้องการข้อมูลด้านยาของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุง 2563;16(1):46–63.
ชนิกา ศรีราช. พฤติกรรมการกินยาต้านไวรัสของผู้ติดเชื้อเอชไอวี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.
Cohen J. A power primer. 1st ed. New York: Psychology Press, 1992.
ณรากร จันทร์สงคราม. ปัจจัยที่มีอิทธิพลกับพฤติกรรมการรับประทานยาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย 2564;15(2):142–59.
Bloom BS, ed. Taxonomy of Educational Objectives. Handbook I: Cognitive Domain. New York: David McKay; 1975.
Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice Hall; 1977.
Sujipittham T, Kulsomboon V, Maleewong U. Factors affecting adherence to ART regimens among HIV infected/AIDS patients at Taksin Hospital. J Public Health Dev 2012;10(1):29–39.
พรนิภา หาญละคร. ถอดบทเรียนงานบันดาลใจในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ภายใต้โครงการ “บริหารจัดการเยี่ยงใด ให้เริ่มยาต้านไว ได้ใจผู้มาเยือน”.โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2566.
ชนัญญา คุ้มครอง, วันทนา มณีศรีวงศ์กูล, พูลสุข เจนพานิชย์. ความสัมพันธ์ของความรู้เท่าทันสุขภาพและความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสกับความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการรับประทานยาในผู้ติดเชื้อเอชไอวี. วารสารเกื้อการุณย์ 2557;21(2):211–28.
ยศวดี ณ นคร. ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาของนักเรียน: กรณีศึกษาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2545.
สมัยพร อาขาล. ความเชื่อด้านสุขภาพและความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วยวัณโรค [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2543.
Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and the Health Belief Model. Health Educ Q 1988;15(2):175–83.
Rungsawang S. Factors related to polypharmacy medication adherence among older persons with chronic illness. J Med Technol Region 11 2015;29(2):195–202. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา
