ผลการใช้โปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ผู้แต่ง

  • เกษร แก้วผุดผ่อง

คำสำคัญ:

โปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์พฤติกรรมการดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ1)เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ระหว่างผู้ที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองและผู้ที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ 2)เปรียบเทียบคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเอง และ 3) ศึกษาระดับความพึงพอใจของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองในสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ที่เข้ารับบริการฝากครรภ์ที่แผนกฝากครรภ์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ทำการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน โดยกลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพการดูแลตนเอง ของสตรีตั้งครรภ์ที่เข้ารับบริการที่แผนกฝากครรภ์ระยะเวลา8 สัปดาห์ และกลุ่มควบคุม 30 คนได้รับการส่งเสริมสุขภาพตามปกติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการให้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพการดูแลตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด และค่าสูงสุด สถิติทดสอบค่าทีแบบอิสระ และสถิติทดสอบค่าทีแบบสัมพันธ์กัน ผลการศึกษาพบว่า
1. คะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองสูงกว่าคะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
2.คะแนนพฤติกรรมการดูแลตนเองของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์หลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
3. คะแนนความพึงพอใจของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่ได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเอง อยู่ในระดับสูง (mean= 4.98, S.D.=0.04)

เอกสารอ้างอิง

Cunningham, F. G., Levono, K. J., Bloom, S. L., Hauth, J. C., Gilstrap, L. C., Wenstrom, K. D. William Obstetrics. (23rded.). New York: McGraw-Hill; 2010.

สุชยา ลือวรรณ, โรคเบาหวานในสตรีตั้งครรภ์.[ออนไลน์].2560 [เข้าถึงเมื่อ 2 กันยายน 2560]เข้าถึงได้จาก: http://www.med.cmu.ac.th/dept/obgyn/2011/index.php.

Moore, T.R. Diabetes in pregnancy: Maternal fetal medicine. 4th ed. Philadelphia. WB Saunders company; 1999: 964-95.

แผนกฝากครรภ์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. รายงานประจำปีพ.ศ. 2553. สุราษฎร์ธานี:โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี; 2559.

Lowson, E. J., Rajaram, S. A transformed pregnancy: The psychosocial consequences of gestational diabetes. Sociology of Health and Illness;1994; 16: 536-562.

Moses, R. The recurrence rate of gestational diabetes in subsequent pregnancies. Diabetes Care;1997; 20: 1647-1650.

Esakoff, T. F., Cheng, Y. W., Sparks, T. N., Caughey, A. B. The association between birthweight 4000 g or greater and perinatal outcomes in patients with and without gestational diabetes mellitus. American Journal of Obstetrics and Gynecology; 2009; 200(6): 672.e671-672.e674.

American Diabetes Association.Evidence-based nutrition principles and recommendationsfor the treatment and prevention of diabetes and related complication.Diabetes Care; 2002; 25(1): 50-60.

Cunningham, F. G., Leveno, K. J., Bloom, S. L., Hauth, J. C., Rouse, D. J., &Spong, C. Y. Diabetes. In A. Seils, K. G. Edmonson, & K. Davis (Eds.), Williams obstetrics (23rd ed).pp. 1104-1125). New York: McGraw-Hill; 2010.

ประเสริฐ ศันสนีย์วิทยกุล และคณะ.แนวทางการดูแลรักษาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลศิริราช (CLINICAL PRACTICE GUIDELINE). กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.

Pender, N.J.,Murdaugh, C.L., & Parson, M.A. Health promotion in nursing practice. (5thed). Norwalk: Appleton & Lang; 2006.

ปราณี แข็งแรง. ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการสนับสนุนจากครอบครัวต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นครรภ์แรก โรงพยาบาลมหาสารคาม. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผดุงครรภ์ขั้นสูง) ขอนแก่น: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2552.

สตรีรัตน์ ธาดากานต์, ทัศนีย์ พฤกษาชีวะและอดิเทพ เชาว์วิศิษฐ. การรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองและของทารกในสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะอ้วนร่วมกับเบาหวานและ/หรือความดันโลหิตสูง.รามาธิบดีพยาบาลสาร; 2553;16(2):185-199.

กรุณา ประมูลสินทรัพย์, กมลทิพย์ขลังธรรมเนียม, จริยาวัตร คมพยัคฆ์ และเอกชัย โควาวิสารัช.ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมส่งเสริม สุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นครรภ์แรก. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ; 2556;31(4):54-60.

สุภาวดี เงินยิ่ง,พิริยา ศุภศรี และ วรรทนา ศุภสีมานนท์. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรมสุขภาพด้านโภชนาการและการจัดการความเครียดในหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2556;21(4):37-48.

ศริณธร มังคะมณี. ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นครรภ์แรก. (วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต)กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.

สุจิตรา โกยวานิชและเอื้อมพร ราชภูติ. ผลของการสอนอย่างมีแบบแผนและการอภิปรายกลุ่มต่อความรู้พฤติกรรมการดูแลตนเอง และระดับน้ำตาลในเลือดของหญิงที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระนอง.วารสารวิชาการแพทย์; 2556; 353-359.

บุญฤทธิ์เฮ็งไล. การพัฒนาโปรแกรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในชุมชนวารสารราชนครินทร์; 2559: 151-160.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-03-01

รูปแบบการอ้างอิง

แก้วผุดผ่อง เ. (2018). ผลการใช้โปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของสตรีที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 32(1), 907–918. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/155460

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ