ผลการใช้แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ในโรงพยาบาลระนอง
คำสำคัญ:
แนวทางการดูแลรักษา, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง (Retrospective study) วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ตุลาคม2557 ถึงกันยายน 2559 กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันรายใหม่จำนวน 492 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Chi square และทดสอบค่าที (paired-sample t-test)
ผลการศึกษาพบว่า ในปี 2559 ได้มีการนำแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยจำนวน 252 รายซึ่งมีผู้ป่วยที่เข้าระบบ Stroke fast track จำนวน 15 รายและได้รับยาละลายลิ่มเลือดคิดเป็นร้อยละ 0.79 หลังการใช้แนวทางการดูแลรักษาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันทำให้อัตราการกลับมารักษาซ้ำและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ส่วนการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะนอนรักษาในโรงพยาบาลมีความสัมพันธ์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหลังการใช้แนวทางการดูแลรักษาพบว่าลดลงกว่าก่อนการใช้แนวทางการดูแลรักษาอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ส่วนจำนวนวันนอนไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้แนวทางการดูแลของทีม
สหสาขาวิชาชีพทำให้การกลับมารักษาซ้ำการเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลง ดังนั้นควรนำแนวทางดังกล่าวไปกำหนดใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
เอกสารอ้างอิง
สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันสำหรับแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 2 .กรุงเทพมหานคร:กรมการแพทย ์กระทรวงสาธารณสุข; 2555.
ศรัณยา โฆษิตมงคล, นิรมล สิรัฐพงศ์,วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล. การพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลัน.ใน: เสาวนีย์ เนาวพานิช,วันเพ็ญ ภิญโญภาสกุล.บรรณาธิการ. การพยาบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทางอายุรศาสตร์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร:ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์; 2558.
โรงพยาบาลระนอง. สถิติผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ปีงบประมาณ 2555 - 2557.(เอกสารอัดสำเนา). ระนอง : โรงพยาบาลระนอง; 2558.
จิตลัดดา ประสานวงศ์,ปฐมวดี สิงห์ดง และรสสุคนธ์ สามแสน. การพัฒนาระบบการดแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลศรีสะเกษ.วารสารกองการพยาบาล; 2555; 39 : 51-65.
Crawley WD. Case Management: Improving outcome of care for ischemic stroke patients. Medsur Nursing; 1996 ; 125 :1247-50.
เครือวัลย์ เปี่ยมบริบูรณ์ และ จรูญลักษณ์ ป้องเจริญ. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข; 2554 ; 21 : 4-21.
Kikemy MF.,Longworth M.,Pollack M.,Levi C.,&Cadihac DA. Factors associated with 28-day hospital readmission after stroke in Australia. Stroke; 2013 ; 44 :2260-2268.
Odderson IBR, McKenna BS. A model for management of patients with stroke during the acute phase outcome and economic implication. Stroke; 1993 ; 24
: 1823-1827.
อุมา จันทวิเศษ, พรชัย สถิรปัญญา, ฉมาภรณ์ วรกุล, ยุพิณ วัฒนสิทธิ์, ฉวีวรรณ ยี่สกุล และสิรินทร์ สาสตรานุรักษ์. ผลลัพธ์การใช้แผนการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและอุดตันในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์.สงขลานครินทร์เวชสาร; 2552 ; 27 : 117-129..
Licthtman, J.H,Leifheit-Limson,E.C., Jones,S.B.,et al. Predictors of hospital readmission after stroke: A systematic review. Stroke; 2010 ; 41 : 2525-2533.
Sang Mi Kim, Sung Wan Hwang, Eun-Hwan Oh, Jung-Kyu Kang. Determinants of the length of stay in stroke patients. Osong Public Health Res Perspect;
2013 ; 4 : 329-341.