คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน และการมีส่วนร่วมในการดูแลของครอบครัว โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ผู้แต่ง

  • กรรณิการ์ เซียวทวีสิน Region 11 Medical Journal

คำสำคัญ:

โรคสะเก็ดเงิน, การประเมินความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน, คุณภาพชีวิต

บทคัดย่อ

ความสำคัญและที่มาของการวิจัย : โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้บ่อยในทางเวชปฏิบัติ ปัจจุบันการศึกษาข้อมูล ในด้านความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน ความเข้าใจเรื่องโรค และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินในประเทศไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด ปัญหาของผู้ป่วยสะเก็ดเงินยังเกิดจากการที่ผู้ป่วยและครอบครัวขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน และการขาดระบบในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง วัตถุประสงค์การวิจัย: เพื่อศึกษาข้อมูลทางคลินิก ความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน ความเข้าใจเรื่องโรค คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน รวมทั้งสำรวจปัญหาของผู้ป่วยที่พบในการรักษา วิธีการวิจัย : ผู้วิจัยสัมภาษณ์ผู้ป่วยสะเก็ดเงินจำนวน ทั้งหมด 128 คน และกรอกข้อมูลลงในแบบสอบถาม ในระยะเวลา 6 เดือน และติดตามความรุนแรงของผื่นสะเก็ดเงินที่ 3 เดือนหลังการให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติ ผลการวิจัย : โรคประจำตัวที่พบมากที่สุด คือ โรคระดับไขมัน ในเลือดสูง 86 คน (ร้อยละ67.2) รองลงมาเป็น Obesity 69 คน (ร้อยละ53.9) ความดันโลหิตสูง 56 คน (ร้อยละ43.8) Metabolic syndrome 54 คน (ร้อยละ 42.2) และ เบาหวาน 26 คน (ร้อยละ 20.3) ผู้ป่วยเพศชายและหญิงมีค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกาย(Body mass index) 25.77 และ 27.63 kg/m2 ตามลำดับ และค่าเฉลี่ยเส้นรอบเอว 93.72 และ 95.71 cm. ตามลำดับ ซึ่งพบว่าสูงกว่าค่ามาตรฐานสำหรับคนไทย อายุที่เริ่มเป็นสะเก็ดเงินอยู่ในช่วง 4 ถึง 76 ปี ระยะเวลาเฉลี่ยที่ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน 11.07 ปี ชนิดของสะเก็ดเงินที่พบมากที่สุด คือ chronic plaque ร้อยละ 94.5 บริเวณของร่างกายที่พบว่ามีผื่นมากที่สุดคือ หนังศีรษะ ร้อยละ 98.4 แขน ขา ร้อยละ 88.3และ ลำตัว ร้อยละ 87.5 อาการร่วมอื่นๆ ที่พบมากที่สุด คือ อาการคัน ร้อยละ 84.4 รองลงมา คือ อาการปวดเมื่อยร่างกาย (ร้อยละ 29.7) ปวดแสบผื่น (ร้อยละ 20.3) ไข้ (ร้อยละ13.3) และ เครียด นอนไม่หลับ(ร้อยละ 0.8) อาการปวดข้ออักเสบสะเก็ดเงินพบ ร้อยละ 15.6 พบว่าข้อนิ้วมือเป็นตำแหน่งที่ปวดมากที่สุด เล็บผิดปกติพบมากถึง ร้อยละ 76.6 ซึ่งแบ่งเป็นชนิด onycholysis มากที่สุด ร้อยละ 76.5 รองลงมา คือ pitting nail ร้อยละ 63.3 ผู้ป่วยสะเก็ดเงิน ร้อยละ 43.8 รับประทานยา Methotrexate ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีข้อบ่งชี้ของการได้รับยา คือ ความรุนแรงของผื่นสะเก็ดเงิน >10%BSA ผู้ป่วยเกือบ 1 ใน 4 มีประวัติใช้ หรือ เคยใช้อาหารเสริม ยาสมุนไพร/ยาต้ม/ยาหม้อมาก่อน ผู้ป่วยร้อยละ 59.4 ไม่ทราบวิธีการปฏิบัติตัว/ไม่ทราบปัจจัยกระตุ้น ที่ทำให้ผื่นสะเก็ดเงินเห่อ ผู้ป่วยร้อยละ 40.6 ขาดความรู้เรื่องการใช้ยาการรักษา และร้อยละ 33.6 มีผลข้างเคียงในการรักษาซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เนื่องจากการทายา steroid ไม่ถูกวิธี ก่อนให้ความรู้ผู้ป่วยมีคะแนน PASI เฉลี่ย 12.78 จัดระดับความรุนแรงอยู่ในกลุ่ม severe ร้อยละ 35.7, mild ร้อยละ 33.3 และ moderate ร้อยละ 31.0 หลังการให้ความรู้ผู้ป่วยสะเก็ดเงินมีคะแนน PASI เฉลี่ยที่ลดลงเท่ากับ 6.4 และมีความรุนแรงของผื่นสะเก็ดเงินลดลงอยู่ในกลุ่ม mild ร้อยละ 63.3 moderate ร้อยละ 21.1 และ severe ร้อยละ14.1 สอดคล้องกับผลระดับคุณภาพชีวิต (DLQI) และ Psoriasis disability index (PDI) หลังการให้ความรู้ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.001) ผู้ป่วยสะเก็ดเงินประมาณ ร้อยละ 50 มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 3-4 คน ผู้ป่วยร้อยละ 67.2 มีญาติช่วยดูแลทายาให้ ซึ่งผู้ที่ช่วยดูแลมากที่สุด คือ ภรรยา ร้อยละ 29.7 หลังการให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติ ในกลุ่มผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่มีญาติดูแลมีคะแนนเฉลี่ยความรุนแรงของโรค ซึ่งลดลงมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีญาติดูแล แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ หลังการให้ความรู้ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน คะแนนเฉลี่ยความรู้ของผู้ป่วยและญาติสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.001) ระดับความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคสะเก็ดเงินของผู้ป่วยมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสะเก็ดเงิน ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมกลุ่มให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

Psoriasis--epidemiology and clinical spectrum. Clin Exp Dermatol 2001;26: 314-20.

Krueger GG, Duvic M. Epidemiology of psoriasis: clinical issues. J Invest Dermatol 1994;102:14S-18S.

Arjinpathana N, Noppakun N. Thai Patients with psoriasis: a questionnaire-based research on demographic data, disease manifestation, comorbidities, related
health care system, health education in psoriasis and quality of life. Thai j Dermatol 2011;27:163-81.

Akaraphanth A, Pimonpun G, Kwang- sukstid O, Swanpanyleart N. The preliminary report: registration of psoriasis patients in Thailand. Thai j Dermatol 2008;24:32-33.

เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล, ประวิตร อัศวานนท์. Red scaly plaques. ใน:มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์, บรรณาธิการ. Current issues in dermatology 2013: A to Z dermatology. 1st ed.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย; 2556. หน้า 155-73.

Oliveira Mde F, Rocha Bde O, Duarte GV. Psoriasis: classical and emerging comorbidities. An Bras Dermatol 2015;90:9-20.

Armstrong AW, Schupp C, Wu J, Bebo B. Quality of life and work productivity impairment among psoriasis patients: findings from the national psoriasis
foundation survey data 2003–2011. PLoS One 2012;7:e52935.

สถาบันโรคผิวหนัง. CPG for psoriasis.(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.dst.or.th/files_news/007-Guideline_Psoriasis 2011.pdf, สืบค้นเมื่อ21มิถุนายน 2560.

นภดล นพคุณ, ณัฎฐา รัชตะนาวิน, ป่วน สุทธิพินิจธรรม, พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน, รัศนี อัครพันธุ์ และคณะ. Clinica l Practice Guideline for Psoriasis. (ออนไลน์).เข้าถึง
ได้จาก : http://mdnote.wikispaces.com/file/view/CPG%20Psoriasis%202010.pdf, สืบค้นเมื่อ21มิถุนายน 2560.

Kulthanan K, Jiamton S, Wanitphak- deedecha R, Chantharujikaphong S. The validity and relability of Dermatology Life Quality Index(DLQI) in Thais. Thai j Dermatol 2004;20:113-23.

Chularojanamontri L, Suthipinittharm P, Kulthanan K. The validity and reliability of psoriasis disability index (PDI) in Thai. Thai j Dermatol 2009;25:141-52.

ประวิตร อัศวานนท์. ความจริงเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน. Medical focus 2556;59:32-3.

นภดล นพคุณ. โรคสะเก็ดเงิน.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก :http:// www.dst.or.th/html/index.php?op =article- detail&id=153&csid=8&cid=23, สืบค้นเมื่อ 21 มิถุนายน 2560.

ชนิตว์วัณณ์ วิชญชาคร. โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก :http://www.dst.or.th/Publicly/Articles/ 1126.23.8 /DypLjyz4Tv, สืบค้นเมื่อ21มิถุนายน 2560.

ชนิษฎา วงษ์ประภารัตน์. โรคสะเก็ดเงิน (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก :http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=967, สืบค้นเมื่อ21มิถุนายน 2560.

Aekplakorn W, Kosulwat V,Suriyawongpaisal P. Obesity indices and cardiovascular risk factors in Thai adults. Inter J Obesity 2006;30:1782–90.

Feldman S, Tian H, Gilloteau I, Mollon P, Shu M. Economic burden of comor- bidities in psoriasis patients in the United States: results from a retrospective U.S. database. BMC Health Services Research 2017;17:1-8.

Roenigk HH Jr, Auerbach R, Maibach H, Weinstein G, Lebwohl M. Methotrexate in psoriasis: consensus conference. J Am Acad Dermatol. 1998;38:478-85.

Kalb RE, Strober B, Weinstein G, Lebwohl M. Methotrexate and psoriasis: 2009 National Psoriasis Foundation Consensus Conference. J Am Acad Dermatol.
2009;60:824-37.

Jankowiak B, Krajewska-Kulak E, Baranowska A, Krajewska K, Rolka H, Sierakowska M,et al. The importance of the health education in life quality improvement
in patients with psoriasis. Rocz Akad Med Bialymst. 2005;50:145-7.

เมธาวี บุญศิริ, ศิริกาญจน์ พรหมพงศา, ปิยอร หัสดินทร. การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการให้ความรู้ระหว่างการใช้แผ่นโปสเตอร์ แนวทางความรู้และการฉายวิดีโอความรู้เกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน. Vajira Med J. 2016; 60: 245-52.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-09-03

รูปแบบการอ้างอิง

เซียวทวีสิน ก. (2018). คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน และการมีส่วนร่วมในการดูแลของครอบครัว โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 32(3), 1069–1088. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/156931

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ