ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ของอาสาสมัครสาธารณสุข

ผู้แต่ง

  • วิรัตน์ แก้วภูมิแห่

คำสำคัญ:

อาสาสมัครสาธารณสุข, การใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติกับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยของอาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กลุ่มตัวอย่างเป็น อาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จำนวน 350 คน สุ่มตัวอย่าง แบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบทดสอบความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย แบบวัดเจตคติเรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย และแบบประเมินพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษา พบว่าอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ส่วนใหญ่มีระดับความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในระดับมาก(ร้อยละ 58.0) ระดับเจตคติเรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในระดับมาก (ร้อยละ 94.0)และระดับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยในระดับมาก (ร้อยละ 69.14) ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติกับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยของอาสาสมัคร สาธารณสุขในเขตอำเภอบ้านค่าย พบว่าความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย และเจตคติการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยมีความสัมพันธ์ทางบวกระดับน้อยกับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

เอกสารอ้างอิง

1. พิพัฒน์ ยิ่งเสรี. เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา.การประชุมคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ; 2556.

2. สินีนาฏ วิทยพิเชฐสกุล,อุกฤษฏ์ สิทธิบุศย์. พฤติกรรมการใช้ยาของอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา. 2557;9:117-28.

3. โรงพยาบาลบ้านค่าย. รายงานประจ?ำปี 2558. โรงพยาบาลบ้านค่าย; 2558.

4. อนุโรจน์ วิสุทธิ์เจริญพร.พฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลินในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลบ้านค่าย จังหวัดระยอง. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11. 2556;27: 519-29.

5. ประคองกรรณสูตร. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ;2552.

6. วิเชียร เกตุสิงห์. สถิติวิเคราะห์ส?ำหรับการวิจัย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช; 2548.

7. ปัญจพร ภาศิริ,ปิยธิดา คูหิรัญญรัตน์. ความรู้ ทัศนคติและการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการออกกำลังกายของอาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น;2558:3:113-31.

8. วิภาพร สิทธิสาตร์, ภูดิท เตชาติวัฒน์, นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ และศันสนีย์ เมฆรุ่งเรืองวงศ์. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ; 2558;9:25-31.

9. มนัสนันท์ ชัยประทาน ,สมเดช พินิจสุนทร. ความรู้ในการป้องกันโรคฟันผุของอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตอำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู.วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น;2558;3:357-66.

10. ดาวรุ่ง คำวงศ์,ทิวทัศน์ สังฆวัตร์ .ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในตำบลบ่อกวางทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ;2555;7:121-26.

11. สุวัฒน์ ปริสุทธิวุฒิพร, มัณฑนา เหมชะญาติ. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้ยาปฏิชีวนะของผู้มารับบริการในโรงพยาบาลขลุง จังหวัดจันทบุรี. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า;2557; 31:114-27.

12. อณิษฐา ม่วงไหมทอง. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้ยาของวัยแรงงานในอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน;2553.

13. Zimbardo PG, Ebbesen EO, Maslash C. Influenzing attitude and changing behavior.2nded. California: Addison-Wesly publishing company;1977.

14. Orem,D. Nursing:Concept of practice. 3 th ed. New York: McGraw Hill Book;1985.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-01-01

รูปแบบการอ้างอิง

แก้วภูมิแห่ ว. (2018). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย ของอาสาสมัครสาธารณสุข. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(1), 61–71. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/166548

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ