การประเมินผลการฝากครรภ์ ภาวะสุขภาพมารดาและทารก อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • อนุสรา ก๋งอุบล Suratthani Hospital

คำสำคัญ:

การประเมินผล, การฝากครรภ์, ภาวะสุขภาพ, หญิงตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

              การวิจัยนี้เป็นการวิจัยประเมินผลขณะดำเนินการ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลการดำเนินการ และเปรียบเทียบการฝากครรภ์ครบและไม่ครบตามเกณฑ์ กับภาวะสุขภาพของมารดา ทารก และน้ำหนักทารกแรกคลอด อำเภอเวียงสระจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ได้แก่ 1) กลุ่มบุคลากรซึ่งให้บริการฝากครรภ์ทั้งหมด 18 คน 2) หญิงตั้งครรภ์ในอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน270 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม และแบบบันทึกเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกันยายน พ.ศ.2559 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานด้วย Chi-square test ปรากฏผลการศึกษาดังนี้
              ในส่วนบริบท พบว่าหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ ร้อยละ 89.3 มีทัศนคติต่อการตั้งครรภ์และการฝากครรภ์ในระดับดี ร้อยละ 78.1 มีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการฝากครรภ์ในระดับสูง และร้อยละ 93.7 มีความสะดวกต่อการฝากครรภ์ในระดับสูง ในเรื่องปัจจัยนำเข้า พบว่า ในการให้บริการฝากครรภ์ สถานพยาบาลร้อยละ 11.1 และ 5.6 ขาดเตียงผู้ป่วย และเครื่องชั่งน้ำหนักและที่วัดส่วนสูง ตามลำดับ ขาดยาบางชนิด ร้อยละ 11.1 ขาดพยาบาล แพทย์และเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน ร้อยละ 33.3, 11.1 และ 5.6 ตามลำดับ ทั้งนี้ ร้อยละ 16.6, 11.1 และ 5.6 ควรมีการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ คลินิก ANC คุณภาพ และองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการฝากครรภ์ตามลำดับ สำหรับเรื่องกระบวนการ พบว่าหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 57.4 มาฝากครรภ์ครั้งแรกภายใน 12 สัปดาห์ และร้อยละ 54.4 มาฝากครรภ์ครบตามเกณฑ์ (5 ครั้ง) ส่วนใหญ่ร้อยละ 71.1 มีพฤติกรรมการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ในระดับสูง ทั้งนี้ ร้อยละ 64.4 ได้รับ
การสนับสนุนจากสามีและญาติในระดับสูง รองลงมาคือ ระดับปานกลางและต่ำ ร้อยละ 31.5 และ 4.1 ตามลำดับ ในเรื่องผลการดำเนินการ พบว่า หญิงตั้งครรภ์และทารกมีสุขภาพดี ร้อยละ 95.6 และ 84.8 ตามลำดับ ทารกมีน้ำหนักตัวผิดปกติ ร้อยละ 10.0 ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์และทารก ที่มารดามาฝากครรภ์ครบและไม่ครบตามเกณฑ์ มีภาวะสุขภาพและน้ำหนักแรกคลอด ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P-value > 0.05) มีความพึงพอใจต่อการให้บริการฝากครรภ์ในระดับสูงร้อยละ 81.1 ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการฝากครรภ์ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.7 มีความพึงพอใจต่อการให้บริการในระดับสูง

เอกสารอ้างอิง

1. อุ่นใจ กออนัตกูล. การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง. พิมพ์ครั้งที่ 1.สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์.2549.

2. Counnigham,F.G., Levono, K.J., Bloom,S.L.,Hauth,J.C. Gilstrap, L.C.I., and Wenstrom,K.D. Prenatal Care. William Obstetrics, 2005; 22, 201-29.

3. Herper, M.A., Byington, R.P., Espeland, M.A., Naughton,M., Meyer, R., & Lane, K. Pregnancy- Related Death and Health Care Service. Obsterics & Gynecology, 2003; 102(2), 273-8.

4. Vintzileos, A., Ananth, C.V., Smulian, J.C., Scorza, W.E., and Knupple,R.A. Prenatal Care And Black – Rhite Fetal Death Disparity in the United States: Heterogeneity by high- Risk Conditions. The American Collage of Obstetrics Gynecologists, 2002; 99(3), 483-9.

5. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ระบบข้อมูลตัวชี้วัดสำคัญ. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://healthdata. moph. Go.th/kpi/2556/KpiDetail.php?topic_id=7 (สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม2559)

6. อรทัย วงศ์พิกุล, สินีนารถ โรจนานุกูลพงศ์ และอำพวรรณ คำรณฤทธิ์. ฝากครรภ์ดี มีคุณภาพ ควรฝากก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์.นครราชสีมา: ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา. 2558.

7. นิศารัตน์ พิทักษ์วัชระ. การคัดกรองในระหว่างตั้งครรภ์. ในวิทยา ถิฐาพันธ์, พจนีย์ ผดุงเกียรติวัฒนา, กติกา นวพันธุ์, ณัฐฐิณี ศรีสันติโรจน์. เวชศาสตร์ปริกำเนิดคัดกรอง ป้องกันและส่งเสริม.กรุงเทพฯ: ยูเนี่ยนครีเอชั่นจำกัด 2554.

8. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. WHO ปลุกกระแสรณรงค์สุขภาพแม่และเด็ก วันอนามัยโลก 2548. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://advisor.anamai.moph. go.th/ (สืบค้นเมื่อ 17 กันยายน 2559)

9. โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ. รายงานการฝากครรภ์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ. สุราษฎร์ธานี : โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ. 2558.

10. Stufflebeam, Foley, W. J., Gephart, W. J., Guba, E. G., Hammond, R. L., Merriman, H. O,. Educational Evaluation and Decision – Making. Illinois : Peacock Publishers.1971.

11. สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย. โครงการดูแลสตรีตั้งครรภ์แนวใหม่ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในบริบทประเทศไทย.พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ. 2557.

12. ศูนย์จัดหาทุนอาคารเฉลิมพระเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก. ทารกพิการแต่กำเนิดเพราะแม่ท้องขาดโฟเลต. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : www.rakluke.com/babytoddler/ทารกพิการแต่กำเนิด (สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2559)

13. เอื้อมพร ราชภูติ. การวิเคราะห์สถานการณ์การฝากครรภ์ไม่ครบตามเกณฑ์ ของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลระนอง. วิทยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัย เชียงใหม่. 2553.

14. เดือนเพ็ญ ศิลปะอนันต์. ทำไมจึงมาฝากครรภ์ : ทัศนะของหญิงตั้งครรภ์ โรงพยาบาลบางกรวย จังหวัดนนทบุรี. (ออนไลน์). แหล่งที่มา : http://www.ayhosp.go.th/ayh/images/Knowledge/JOMAT/JOMATY04v02S04. pdf (สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2559)

15. Center for Disease Control (CDC). Entry into Prenatal Care-United States, 1898-1997. Morbidity and Mortality Weekly Report, 2000; 49(18), 393-412.

16. Delvaux, T., Buekens, P., Godin, I.,& Boutsen, M. Barrier to Prenatal Care in Europe. American Journal of Preventive Medicine, 2001; 21(1), 52-9.

17. WHO. Antenatal Care Randomized Trail: Manual for the Implementation of the new modle. (online) Available URL : http://apps.who.int/iris/ bitstream/10665/42513/1/WHO_RHR_01.30.pdfRetrieved October 2, 2016.

18. Abrahams,N., Jewkes,R., & Mvo, Z. Health Care - Seeking Practices of Pregnant Women and the Role of the Midwife in Cape Town, South Africa. Journal of Midwifery & Woman’s Health, 2001; 46(4), 240-7.

19. ปฐม นวลคำ. การประเมินผลการฝากครรภ์ ภาวะสุขภาพมารดาและทารก ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน. รายงานวิจัย: แม่ฮ่องสอน. 2559.

20. สายใจ โฆษิตกุลพร. การฝากครรภ์ และพฤติกรรมการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช. รายงานวิจัย: นครศรีธรรมราช. 2556.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-01-02

รูปแบบการอ้างอิง

ก๋งอุบล อ. (2017). การประเมินผลการฝากครรภ์ ภาวะสุขภาพมารดาและทารก อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(1), 109–119. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/166818

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ