การรับรู้และความคาดหวังต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร
คำสำคัญ:
การรับรู้, ความคาดหวัง, ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงพรรณนา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้การบริการการแพทย์ฉุกเฉินตามความคาดหวังของผู้ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน และเปรียบเทียบการรับรู้กับความคาดหวังผลลัพธ์ของการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินโดยประชากรในงานวิจัยนี้คือ ผู้ป่วยฉุกเฉินและญาติผู้ป่วยฉุกเฉินที่มารับบริการที่งานอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาล
ปากน้ำหลังสวน จำนวน 474 ราย ซึ่งจะถูกคัดเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ป่วยและญาติ (ผู้ป่วย 1 คนต่อญาติ 1 คน) จึงได้กลุ่มผู้ป่วย จำนวน 237 คน และญาติผู้ป่วย จำนวน 237 โดยกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวจะตอบแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมาจากการทบทวนวรรณกรรม ทั้งแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจะทำการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลจากผลของการตอบแบบสอบถามดังกล่าวและทำการวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการเปรียบเทียบค่า T (Independent t-test) ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการรับรู้บริการการแพทย์ฉุกเฉินอยู่ระดับน้อย ร้อยละ 82.70 ขณะที่ความคาดหวังผลลัพธ์การใช้บริการอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 51.48 เช่นเดียวกับญาติผู้ป่วยที่ส่วนใหญ่มีการรับรู้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในระดับน้อย ร้อยละ 73.00 และมีความคาดหวังผลลัพธ์การบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับปานกลาง ร้อยละ 53.59 สำหรับการเปรียบเทียบการรับรู้และความคาดหวังระหวา่งผู้ปู่วยและญาติพบว่าผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยมีการรับรู้บริการการแพทย์ฉุกเฉินแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
(P 0.010)โดยญาติผู้ป่วยจะมีการรับรู้บริการการแพทย์ฉุกเฉินมากกว่าผู้ป่วย แต่ในส่วนของความคาดหวังผลลัพธ์การใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยไม่แตกต่างกัน
ผลการวิจัยนี้ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาระบบการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินที่สำคัญในด้านระบบบริการประชาสัมพันธ์สายด่วน 1669 และพื้นที่บริการของ
โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพรได้ต่อไป
เอกสารอ้างอิง
2. อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร. เคลื่อนวงล้อคุณภาพการบริการการแพทย์ฉุกเฉินไทย; รายงานการประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ประจำปี 2559 ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ ส.พิจิตรการพิมพ์;2556.
3. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.รายงานประจำปี2555 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2555.
4. ไพบูลย์ สุริยวงศ์ไพศาล. รวบรวมองค์ความรู้และถอดบทเรียนรูปแบบการบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระดับพื้นที่: รายงานผลการศึกษา; 2557.
5. กิตติพงศ์พลเสน. สถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อการไม่ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้ารับบริการแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินในประเทศไทย. นนทบุรี:สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและมหาวิทยาลัยมหิดล; 2559.
6. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. คู่มือและแนวทางการดำเนินงานแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ ส.พิจิตรการพิมพ์;2553.
7. งานโรคไม่ติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร. สถิติผู้รับบริการงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน. เอกสารอัดสำเนา; 2560.
8 นงนุช บุญยังสุ. การรับรู้และความคาดหวังของผู้ให้บริการและผู้รับบริการเกี่ยวกับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในจังหวัดนราธิวาส. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์;2550.
9 สุพรรณวดี ภิญโญ. การรับรู้และความคาดหวังต่อการบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยและญาติ งานอุบัติเหตุและฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี. รายงานการวิจัย; 2554
10. นริสสา พัฒนปรีชาวงศ์. การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล.วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2550; 17(6):911-932
11. จรรยา พรหมมาลี. ความพึงพอใจของผู้รับบริการแผนกผู้ป่วยนอก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี. กุมารเวชสาร 2551; 15(1).
12. สุกัญญา เดชขุน.ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินของประชาชนในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของ กระทรวงสาธารณสุข เขตเทศบาลนครนนทบุรี (ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย.กรุงเทพมหานคร:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2551.
13. รุ่งนภา ทองทวี. การรับรู้และความคาดหวังต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยฉุกเฉินที่มารับบริการในงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินโรงพยาบาลยางชุมน้อย อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ.[อินเตอร์เน็ต].2558 [สืบค้นเมื่อ 20มีนาคม 2558]เข้าถึงได้จาก http;// 203.157.165.4/ssko_presents/file_presents/3100903725433-10-3011.doc.
14. กฤตยา แดงสุวรรณ.การรับรู้ข้อมูลของญาติผู้มารับบริการที่งานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์. วารสารมหาวิทยาลัยนราชธิวารสราชนครินทร์ 2555; 4(2): 16-28.
15. ศิริอร สินธุ, และคณะ. การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินของพยาบาลวิชาชีพ.วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครราชสีมา 2557; 20(2): 32-45.
16. Anderson ER., Smith B., Ido M., Frankel M. Remote assessment of stroke using the iPhone 4. Journal Stroke Cerebrovascular Disease 2013; 22:340–344.
17 ดวงตา ภัทโรพงศ์. ความคาดหวังและการรับรู้คุณภาพการบริการพยาบาลของผู้รับบริการ ในหน่วยงานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศูนย์สุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์ เขต 11 2558; 29(3): 366-373.