การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิสโรงพยาบาลพัทลุง จังหวัดพัทลุง พ.ศ. 2558

ผู้แต่ง

  • ปีติมา วีระพันธุ์ Suratthani Hospital
  • โสรญา สงบดี Suratthani Hospital

คำสำคัญ:

การประเมินระบบเฝ้าระวัง, โรคเลปโตสไปโรซิส, โรงพยาบาลพัทลุง

บทคัดย่อ

               จากข้อมูลการรายงานโรคเลปโตสไปโรซิส สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558 พบว่าจังหวัดพัทลุง มีรายงานผู้ป่วยจำนวน 37 ราย (อัตราป่วย 9.03 ต่อแสนประชากร) เสียชีวิต 6 ราย (อัตราตาย 1.15 ต่อแสนประชากร) และยังพบว่ามีอัตราป่วยเป็นลำดับ 4 ของภาคใต้ มีอัตราป่วยสูงสุดของเขตสุขภาพที่ 12 และยังมีอัตรา
ตายสูงสุดของภาคใต้และเขตสุขภาพที่ 12 โรงพยาบาลพัทลุง จึงได้ทำการประเมินระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิสเพื่อศึกษาขั้นตอนการรายงานโรค ศึกษาคุณลักษณะเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อปรับปรุงระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิสให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นต่อไป
               ทำการศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยทบทวนเวชระเบียนทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลพัทลุง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2558 และแพทย์วินิจฉัยโรคที่มีรหัส ICD-10 TM ตามที่กำหนด ร่วมกับการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบเฝ้าระวังทุกระดับ ผลการศึกษาคุณลักษณะเชิงปริมาณ พบเวชระเบียนของผู้ป่วยที่เข้าได้กับ รหัส ICD-10 TM ที่กำหนด จำนวน 372 เวชระเบียน เป็นผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรซิสตรงตามนิยาม จำนวน 32 ราย แต่รายงานเข้าระบบเฝ้าระวังโรค R 506 เพียง 23 ราย มีความไวและค่าพยากรณ์บวกอยู่ในเกณฑ์ดี (sens.71.88%, PPV 71.88%) เมื่อพิจารณาความเป็นตัวแทน พบว่าสามารถเป็นตัวแทนได้ทั้งตัวแปรเพศและอายุ โดยอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงจากระบบรายงาน 506 และข้อมูลจากเวชระเบียน มีอัตราส่วนใกล้เคียงกัน คือ 2.83:1 และ 2.2:1 ตามลำดับ
ด้านตัวแปรอายุจากระบบรายงาน 506 มีค่ามัธยฐานอายุ 48 ปี (IQR 30-59) สอดคล้องกับข้อมูลจากเวชระเบียน ซึ่งมีค่ามัธยฐานอายุ 49.5 ปี (IQR 33.3-58.8) เช่นเดียวกัน มีความทันเวลา คิดเป็นร้อยละ 95.65 (22 ราย) ส่วนคุณภาพของข้อมูล พบว่าตัวแปรอายุ และที่อยู่(ตำบล, อำเภอ) ถูกต้องมากที่สุด ร้อยละ 100 รองลงมาตัวแปรเพศ ประเภทผู้ป่วยวันเริ่มป่วย และอาชีพ ถูกต้องร้อยละ 95.65, 91.30, 78.26, 73.91 ตามลำดับ ผลการศึกษาคุณลักษณะคุณภาพ พบว่าระบบได้รับการยอมรับ มีความง่าย ยืดหยุ่น และมีความมั่นคงสูง มีการนำความรู้และข้อมูลข่าวสารไปใช้ประโยชน์ได้ สรุปผลการประเมินระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิส โรงพยาบาลพัทลุง พ.ศ. 2558 มีประสิทธิภาพทั้งคุณลักษณะเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคฉี่หนู.[ออนไลน์]. สืบค้นจาก:http://www.boe.moph.go.th/boedb/… /disease.php?ds=43[วันที่สืบค้น10เมษายน 2559]

2. กลุ่มงานพัฒนาระบบและมาตรฐานงานระบาดวิทยาสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชื้อประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ; โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.). 2546

3. CDC. Updated guidelines for evaluating public health surveillance systems: recommendations from the guidelines working group. MMWR 2001;50 (No. RR-13).

4. ไกรสร โตทับเที่ยง, โชติกา แก่นอินทร์. การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิสในโรงพยาบาลศูนย์ตรัง ปี พ.ศ. 2557. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์ 2559; 47: S54-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-04-03

รูปแบบการอ้างอิง

วีระพันธุ์ ป., & สงบดี โ. (2017). การประเมินระบบเฝ้าระวังโรคเลปโตสไปโรซิสโรงพยาบาลพัทลุง จังหวัดพัทลุง พ.ศ. 2558. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(2), 293–303. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/170147