การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของผู้ป่วยจิตเวชในหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์

ผู้แต่ง

  • พรพรรณ ธีระรังสิกุล Suratthani Hospital

คำสำคัญ:

สภาวะทันตสุขภาพ, ผู้ป่วยจิตเวช

บทคัดย่อ

              วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อมูลสภาวะทันตสุขภาพและความจำเป็นในการรักษาทางทันตกรรมของผู้ป่วยจิตเวช
              วิธีการศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยเก็บข้อมูลปัญหาสภาวะทันตสุขภาพของผู้ป่วยจิตเวชแรกรับในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2556 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2557กลุ่มตัวอย่างจำนวน 418 คน สุ่มโดยวิธี Simple random sampling โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์และสรุปผลการดำเนินงาน
              ผลการศึกษา ผู้ป่วยส่วนมากเป็นเพศชายร้อยละ 72.01 เพศหญิงร้อยละ 27.99 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 40.19 ไม่ทราบว่าตนเองได้รับการศึกษาถึงระดับไหน สถานภาพการสมรสโสดร้อยละ 69.62และส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ร้อยละ 38.76 ความชุกของโรคฟันผุบริเวณตัวฟันร้อยละ 90.43 มีค่าเฉลี่ยฟันที่มีในปากจำนวน 24.27 ซี่ต่อคน มีค่าเฉลี่ยฟันผุ ถอน อุด (dmf) 11.76 ซี่ต่อคน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจิตเวชมีความจำเป็นในการรับการรักษาทางทันตกรรมโดยการถอนฟันร้อยละ 76.79 อุดฟัน 1 ด้านร้อยละ 73.92 และอุดฟัน 2 ด้านขึ้นไปร้อยละ 47.37 ส่วนการรักษาด้วยการรักษารากฟันและครอบฟันพบเพียงร้อยละ 2.39 และ 1.44 ตามลำดับเท่านั้น ผู้ป่วยมีเหงือกอักเสบร้อยละ 87.22ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยมีร่องลึกปริทันต์ 4-5 มม. ร้อยละ 48.87 รองลงมาพบผู้ป่วยที่เหงือกมีหินน้ำลายและมีเลือดออกร้อยละ 34.34 และผู้ป่วยมีร่องลึกปริทันต์ >=6 mm ร้อยละ 15.54 ผู้ป่วยจิตเวชที่ศึกษาเป็นผู้ที่มีฟันที่ใช้งานไม่น้อยกว่า 20 ซี่คิดเป็นร้อยละ 80.86 ผู้ป่วยที่มีคู่สบฟันหลังครบ 4 คู่ คิดเป็นร้อยละ 37.56ผู้ป่วยใส่ฟันเทียมบางส่วนทั้งบนและล่าง ร้อยละ 0.96 และใส่ฟันเทียมทั้ง archบนและล่างร้อยละ 1.44 โดยมีความจำเป็นต้องใส่ฟันเทียมบางส่วนทั้งบนและล่าง ร้อยละ 31.10และใส่ฟันเทียมทั้ง archบนและล่างร้อยละ 10.29
              สรุป เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 7ผู้ป่วยจิตเวชมีค่าดัชนีชี้วัดสูงกว่าประชาชนทั่วไป จากข้อมูลข้างต้นผู้ป่วยจิตเวชจึงจำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษาอย่างเร่งด่วนโดยการเข้าถึงบริการทางทันตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ ฉะนั้นการบริการทันตกรรมแก่กลุ่มผู้ป่วยควรมีทั้งทันตกรรมเชิงรับ และทันตกรรมเชิงรุกและควรเน้นการให้ทันตสุขศึกษาทั้งแบบรายกลุ่มและรายบุคคลให้แก่ทั้งผู้ป่วยจิตเวชและผู้ดูแลผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

1. สิทธิชัย ขุนทองแท้ .สุขภาพช่องปากของประชากรไทยการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์ด่านสุทธาการพิมพ์; 2540.

2. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิตปีงบประมาณ 2555.กรุงเทพฯ:หจก.บางกอกบล็อก ;2555

3. มาโนช หล่อตระกูล,ปราโมทย์ สุคนิชย์. จิตเวชศาสตร์รามาธิบดี. พิมพ์ครั้งที่ 2:กรุงเทพฯ. บริษัท บียอนด์เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำกัด ;2548.

4. สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.รายงายผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ 7 ประเทศไทย พ.ศ.2555.กรุงเทพฯ:สำนักทันตสาธารณสุข;2556

5. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. ระบบศูนย์กลางการให้บริการผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย กรมสุขภาพจิต ;2559.

6. ชัยพร ยิ่งเจริญพาสุข. ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคฟันผุในผู้ป่วยจิตเวช (ผู้ป่วยนอก) โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธ์ จังหวัดอุบลราชธานี ปีงบประมาณ 2549.วารสารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย;2548.

7. สุวรรณี ตุ่มทอง. สภาวะทันตสุขภาพของผู้ป่วยจิตเภท. ประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 5;3-5 กรกฎาคม 2549; ณ. โรงแรมปรินซ์พาเลซ. กรุงเทพฯ, จากหลังคาแดงสู่ชุมชน : 2549.

8. นิตยา สโรบล . ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะสุขภาพในช่องปากกับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วยจิตเภท. รายงานการวิจัย; 2548.

9. นิตยา สโรบล. สภาวะทันตสุขภาพของผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลนิติจิตเวช. รายงานการวิจัย ; 2544.

10. สุจิมนต์ พรหมประดิษฐ์. การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพในผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลศรีธัญญา.วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2545; 10 (3) : 188-194.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-04-03

รูปแบบการอ้างอิง

ธีระรังสิกุล พ. (2017). การสำรวจสภาวะทันตสุขภาพของผู้ป่วยจิตเวชในหอผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(2), 339–348. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/170329