การดูแลรักษาที่ดีขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก โรงพยาบาลทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • พิเชฐ ศรีเผด็จ Suratthani Hospital

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยสูงอายุ, กระดูกสะโพกหัก, การรักษา, ทุ่งสง

บทคัดย่อ

              บทนำ : กระดูกข้อสะโพกหักในผู้ป่วยสูงอายุเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน ทางกลุ่มงานออร์โธปิดิกส์เห็นถึงความสำคัญในการรักษาดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงได้จัดการอบรมวิชาการและพิมพ์เอกสารคู่มือการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2558เพื่อให้มีการดูแลรักษาที่ดีขึ้นและเป็นมาตรฐาน
              วัตถุประสงค์ : 1.ศึกษาเปรียบเทียบโดยใช้ตามเกณฑ์มาตรฐานในการดูแลรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกก่อนและหลังการอบรมวิชาการแก่เจ้าหน้าที่2. เพื่อพัฒนาการดูแลให้เท่าเทียมเกณฑ์มาตรฐาน
              วิธีการศึกษา: การวิจัยศึกษาเปรียบเทียบผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทุกรายที่เข้ารับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยในศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์โรงพยาบาลทุ่งสง ตั้งแต่ เดือน มกราคม
ปี พ.ศ. 2556 ถึง เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2559 แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม
              กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลรักษาก่อนมีอบรมวิชาการ (1 มกราคม พ.ศ.2556 ถึง 31 พฤษภาคม พ.ศ.2558)
              กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลรักษาหลังมีอบรมวิชาการ (1 มิถุนายน พ.ศ.2558 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2559)
โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานในการเปรียบเทียบ คือระยะเวลาที่ใช้ตั้งแต่มาโรงพยาบาลจนถึงแผนกผู้ป่วยในภายใน 4 ชั่วโมง ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลจนถึงการได้รับการผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมงการการได้รับการปรึกษาจากแผนกอายุกรรมก่อนการผ่าตัดทุกรายการได้รับการปรึกษาจากแผนกกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัดทุกรายการได้รับคำแนะนำ ป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตันและลิ่มเลือดอุดกั้นที่ปอดทุกรายการได้รับคำแนะนำป้องกันการล้ม และสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านทุกรายการได้รับการแนะนำและรักษาภาวะกระดูกพรุนทุกรายการมีภาวะแทรกซ้อนขณะนอนรักษาที่โรงพยาบาลที่ลดลง เช่น แผลกดทับ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะระยะเวลานอนโรงพยาบาลที่ลดลง และไม่มีการกลับมารักษาที่โรงพยาบาลซ้ำในระยะเวลา 30 วัน
              ผลการศึกษา : มีผู้ป่วยที่นำมาศึกษาทั้งหมด 181 ราย เป็นกลุ่มที่ 1 จำนวน 67 ราย และกลุ่มที่ 2 จำนวน 114 รายอัตราส่วนผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย3 เท่า อายุของผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 80-89 ปี ได้รับการผ่าตัดในกลุ่มที่ 1 จำนวน 16 รายคิดเป็นร้อยละ 24 และกลุ่มที่ 2 จำนวน 39 ราย คิดเป็นร้อยละ 34การเปรียบเทียบตามเกณฑ์มาตรฐาน พบว่า กลุ่มที่ 2 ได้มีแนวโน้มการพัฒนาการรักษาที่ดีขึ้นได้แก่ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลจนถึงได้รับการผ่าตัดลดน้อยลงจากระยะเวลาเฉลี่ย 6 วันเป็น 4 วัน การได้รับการผ่าตัดภายใน 48 ชั่วโมงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากร้อยละ 31 เป็น 38 การเริ่มให้ยากินป้องกันภาวะหลอดเลือดดำอุดตันและลิ่มเลือดอุดกั้นที่ปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 7การมีแผลกดทับลดลง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมีแนวโน้มลดลง และระยะเวลานอนโรงพยาบาลลดลงจาก ระยะเวลาเฉลี่ย 12 วัน เป็น 8 วัน แต่ผลการศึกษาเวลาที่ใช้ตั้งแต่มาโรงพยาบาลจนถึงแผนกผู้ป่วยในมีมากขึ้นในกลุ่มที่ 2 จากระยะเวลาเฉลี่ย 1.7 ชั่วโมงเป็น 2.3 ชั่วโมง และ จำนวนผู้ป่วยที่ใช้เวลาตั้งแต่มาโรงพยาบาลจนถึงแผนกผู้ป่วยในภายใน 4 ชั่วโมงมีจำนวนลดลง
              อภิปรายและสรุป : การจัดอบรมวิชาการและพิมพ์เอกสารคู่มือการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุมีผลทำให้การรักษาผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยต่อไปเพื่อให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้มาพัฒนาการอบรมวิชาการครั้งในต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. โรงพยาบาลทุ่งสง. ข้อมูลคู่มือบุคลากร โรงพยาบาลทุ่งสง 2559:31.

2. Hip fracture: management, Clinical guideline Published: 22 June 2011 NICE.org.uk/guidance/cg124.

3. Wongtriratanachai P, Luevitoonvechkij S, Songpatanasilp T, Sribunditkul S,Leerapun T, Phadungkiat S, Rojanasthien S. Increasing incidence of hip fracture in Chiang Mai, Thailand.JClinDensitom. 2013;16(3):347-52.

4. โรงพยาบาลทุ่งสงทะเบียนสรุปผู้รับการรักษาผู้ป่วยในศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลทุ่งสง ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2559.

5. คู่มือการดูแลรักษาผู้ป่วยกระดูกและข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุ.กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์, การประชุมอบรมฟื้นฟูวิชาการครั้งที่ 1/2558.

6. AAOS Clinical Practice Guideline: Management of Hip Fractures in the Elderly.Roberts KC, BroxWT,Erratum J Am AcadOrthop Surg. 2015;23(4):266.

7. Scottish standards of care for hip fracture patients 2016.The national hip fracture steering group in 2014.

8. Improving Hip Fracture Care in Ireland: A Preliminary Report of the Irish Hip Fracture Database Prasad Ellanti,ConorHurson,BredaCushen,andE merAhern,AdamGalbraith,Louise Brent, Journal of Osteoporosis Volume 2014.

9. Best practices for elderly hip fracture patients. A systematic overview of the evidence.Beaupre LA(1), Jones CA, Saunders LD, Johnston DW,Buckingham J, Majumdar SR. J Gen Intern Med. 2005 Nov;20(11):1019-25.

10. Audit, guidelines and standards: clinical governance for hip fracture care in Scotland. Currie CT, Hutchison JD.DisabilRehabil. 2005 ;27(18-19):
1099-105.

11. The multidisciplinary management of hip fractures in older patients. Anna H K Riemen James D Hutchison. J Orthop Trauma 2016.

12. Minimum Standards for the Management of Hip Fracture in the Older Person. ACI Aged Health Network and ACI Surgical Services Taskforce Surgery, Anaesthetics and Critical Care Portfolio Agency for Clinical Innovation. june 2014.

13. Evidence-based guidelines for the management of hip fractures in older persons: an update. Jenson CS Mak, Ian D Cameron and Lyn M March.
MJA 2010; 192: 37–41.

14. Improving Time to Surgery- Emergency Room, Preoperative and Immediate Postoperative Clinical Practice Guidelines for the Management of Hip Fracture Patients. Dr. James Waddell, Dr. Nick Lo, Anesthesiologist. Bone and joint network. December, 2010

15. Quality improvement for patients with hip fracture: experience from a multi-site audit. C Freeman, C Todd, C Camilleri-Ferrante, C Laxton, P Murrell, C R Palmer, M Parker, B Payne, N Rushton.QualSaf Health Care 2002;11:239–245

16. Hip Fracture Care Clinical Care Standard. Australian Commission on Safety and Quality in Health Care. 2016

17. Perioperative Considerations in Geriatric Patients With Hip Fracture: What Is the Evidence?. Kenneth A. Egol, MD and Eric J. Strauss, MD. J Orthop Trauma 2009;23:386–394.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-04-03

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีเผด็จ พ. (2017). การดูแลรักษาที่ดีขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหัก โรงพยาบาลทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(2), 349–357. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/170336