ปัจจัยทำนายความตั้งใจดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีของหน่วยบริการ ปรึกษาด้านสุขภาพโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • นฤนาถ ดวงจันทร์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

เจตนาเชิงพฤติกรรม, พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองผู้ติดเชื้อเอชไอวี, สมการถดถอยพหุคูณ

บทคัดย่อ

              การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความตั้งใจในการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีของหน่วยบริการปรึกษาด้านสุขภาพโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดยใช้รูปแบบการวิจัยภาคตัดขวาง (Cross sectional study) ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ขึ้นทะเบียนและมารับการปรึกษาที่หน่วยงานโดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2559-ธันวาคม 2559 จำนวน 100 ราย ภายใต้การรับอนุญาตให้ดำเนินการวิจัยโดยคณะกรรมการจริยธรรม โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เกี่ยวกับความเชื่อเกี่ยวกับพฤติกรรมการการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี 5 ด้าน ด้านละ 6 ข้อ เป็นมาตรประเมินค่า 5 อันดับค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามสูงกว่า 0.75 ทุกด้าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ใช้สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและสมการถดถอยพหุคูณ (Enter Multiple Linear Regression)
              ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีคะแนนรวมความเชื่อต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี เฉลี่ยอยู่ในระดับสูงทั้ง 5 ด้าน คือ เจตคติต่อพฤติกรรม (27.87 SD 2.44) ความเชื่อต่อบุคคลสำคัญ (26.86 SD 3.30) และ การรับรู้ความสามารถในการควบคุม (26.81 SD 3.16) ตลอดจน เจตนาเชิงพฤติกรรม (27.01 SD 2.93) และการกระทำพฤติกรรมของกลุ่ม (22.84 SD 5.21) ความเชื่อต่อพฤติกรรม ความเชื่อต่อบุคคลสำคัญ และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมมีความสัมพันธ์กับเจตนาเชิงพฤติกรรมที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ โดยพบว่า การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม มีน้ำหนักความสัมพันธ์กับ เจตนาเชิงพฤติกรรมสูงที่สุด
(r= .743, p <0.01) รองลงมาคือความเชื่อต่อบุคคลสำคัญ (r= .604, p <0.01)และความเชื่อต่อพฤติกรรม (r=-.553 , p <0.01)และร่วมกันทำนายเจตนาเชิงพฤติกรรมที่ระดับนัยสำคัญ โดยมีค่า (R) เท่ากับ .761 ซึ่งแสดงว่าตัวแปรอิสระสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของตัวแปรตามได้ 58.0 % (R2=.580) เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย โดยพบว่าการรับรู้การควบคุมพฤติกรรมมีน้ำหนักการทำนายความตั้งใจในการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีสูงที่สุดคือ มีผลร้อยละ 57.8 (beta =- 0.578) และพบว่าเจตนาเชิงพฤติกรรมและการรับรู้การควบคุมพฤติกรรมสามารถทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้ที่ระดับนัยสำคัญ ได้ร้อยละ 47.8 (p<.01) และ ร้อยละ 20.0 (p<.05) เป็นไปตามกรอบแนวคิดการวิจัย 
              จากผลการวิจัยดังกล่าว ควรนำผลการวิจัยมาพัฒนารูปแบบการให้การปรึกษา การฝึกฝนทักษะในการสื่อสารกับผู้ป่วยเอดส์โดยให้หลักการให้การปรึกษาเบื้องต้นและขั้นสูง และการประยุกต์ในการจัดกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อดูแลสุขภาพในกลุ่มโรคเดียวกัน ส่วนในการวิจัยครั้งต่อไปควรมีการศึกษาเชิงคุณภาพควบคู่กันไปเพื่อค้นหากระบวนการเชิงลึกในการทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและกลุ่มผู้ป่วยเอดส์

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข .(2558).สรุปสถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี พ.ศ.2558 .

2. สุชาดา คงแก้วและคณะ. (2550). การประเมินความเครียด และวิธีเผชิญความเครียด ของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ในแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า.สืบค้นจาก https://www.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/viewFile/.../14288 ( 2559, ตุลาคม, 12 )

3. เบญจพร พงศ์อำไพ .(2552). ปัจจัยทำนายความตั้งใจของคู่สมรสหญิงตั้งครรภ์ในการมาใช้บริการตรวจคัดกรองเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวี . วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิตสาขาการพยาบาลผู้ใหญ่คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.วารสารสภาการพยาบาล 2552; 24(4) 70-82.

4. พุทธวรรณ ศิวเวทพิกุล.(2550) .พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส. Journal of Nursing Science Naresuan University 2,1:40-51

5. สุพัตรา คงปลอดและคณะ. (2557). การรับรู้ความต้องการการดูแลตนเองและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเอดส์ที่ติดเชื้อฉวยโอกาสวิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต (การพยาบาลผู้ใหญ่) โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.

6. Ajzen, I. (1985). From intentions to actions: A theory of planned behavior. In J. Kuhl & J. Beckmann (Eds.), Action-control: From cognition to behavior (pp. 1 l-39). Heidelberg: Springer.

7. Ajzen, I (1991) .The Theory of Planned Behavior .ORGANIZATIONAL BEHAVIOR AND HUMAN DECISION PROCESSES 50, Copyright 0 1991 by Academic Press, Inc. 179-211 .
8. Cronbach, Lee J. 1970. Essential of Psychological Testing. 3rd ed. New York : Hazper & Row.

9. ฟูซียะห์ หะยี และสุไฮดาร์ แวเตะ (2555) .การดูแลสุขภาพตนเองในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อของผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ในสามจังหวัดชายแดนใต้.

10. วงศา เลาหศิริวงศ์. (2552 ). การประเมินการสร้างเสริมสมรรถนะแห่งตนในผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์: สภาพการณ์ปัจจุบัน(The Evaluation of Self-Efficacy Promotion of AIDS Patients Receiving Antiretroviral Therapy: Current Situation).

11. อรดี โชติเสน, สุรเดช ประดิษฐบาทุกา, อารี ชีวเกษมสุข.(2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์กรณีศึกษาโรงพยาบาลสิรินธร สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร วารสารพยาบาลทหารบกปีที่ 16 ฉบับที่ 1 (ม.ค. - เม.ย.) 2558 Volume 16 No.1 (Jan - Apr) 2015

12. ภูริชญา บุรินทร์กุล. (2550) .การดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาต้านไวรัส.วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณ ฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

13. สุลีมาศ อังศุเกียรติถาวร. (2553).วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนาปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม 2553 ISSN 2228945343 ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของเด็กและเยาวชนที่ติดเชื้อเอชไอวีที่มารับริการตรวจรักษาในโรงพยาบาลภาครัฐเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล.

14. ธนภร สนิทอินทร์. (2552). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ติดเชื้อเอดส์ที่เข้าร่วมโครงการรับยาต้านไวรัสเอดส์ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสร้างเสริมสุขภาพ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

15. Voss, J. G., Dodd, M., Portillo, C., & HolZemer, W. (2006). Theories of fatigue: Application in HIV/AIDS. Journal of the Association of Nurses in AIDS Care, 17, 37-49.

16. พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์. (2555).Rama Nurs J January - April 2015Vol. 21 No. 1.ปัจจัยทำนายพฤติกรรมและความตั้งใจในการใช้ถุงยางอนามัยของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์กับคู่ครอง/คู่นอน.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-08-01

รูปแบบการอ้างอิง

ดวงจันทร์ น. (2017). ปัจจัยทำนายความตั้งใจดูแลสุขภาพตนเองของผู้ติดเชื้อเอชไอวีของหน่วยบริการ ปรึกษาด้านสุขภาพโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(3), 385–397. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/170528

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ