การศึกษาและพัฒนาการเฝ้าระวังนมโรงเรียนตามระบบ cold chain ในโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต

ผู้แต่ง

  • สมนึก ฮาเส็ม Suratthani Hospital

คำสำคัญ:

นมโรงเรียน, cold chain(ห่วงโซ่ความเย็น), นมพาสเจอร์ไรซ์, นม ยู เอช ที

บทคัดย่อ

              การศึกษาและพัฒนาการเฝ้าระวังนมโรงเรียนตามระบบ cold chain ในโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนมโรงเรียน และปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บนมโรงเรียน ของโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นข้อมูลนำมาพัฒนาการเฝ้าระวังคุณภาพนมโรงเรียนตามระบบ cold chain ประชากรที่ใช้ในการศึกษา คือ โรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ แบบสอบถาม ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลโรงเรียน ข้อมูลนักเรียน ข้อมูลนมโรงเรียน ข้อมูลการซื้อขายนมโรงเรียน การจัดเก็บนมโรงเรียน ข้อมูลการแจกจ่าย/การบริโภคนมโรงเรียน และการตรวจสอบการดื่มนมของเด็กนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage)
              ผลการศึกษาด้านสถานการณ์นมโรงเรียนพบว่า โรงเรียนที่มีนักเรียนบริโภคนมโรงเรียน ร้อยละ 100 คิดเป็นร้อยละ 72.1 ของโรงเรียนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่บริโภคทั้งนมพาสเจอร์ไรส์(ช่วงเปิดเทอม) และนม UHT(ช่วงปิดเทอม) นมโรงเรียนถูกจัดส่งโดยบริษัทตัวแทนส่งนมโรงเรียน(สายส่ง) ได้ครบตามจำนวนที่โรงเรียนต้องการ โดยมีการใช้คู่มือการตรวจรับนมโรงเรียนที่จัดทำโดย อย./สพฐ. ประกอบการตรวจรับ ผลการสุ่มเก็บนมโรงเรียน 15 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ พบค่าแบคทีเรียได้มาตรฐานตามที่กำหนด ด้านความรู้ความเข้าใจในการจัดเก็บนมโรงเรียนพบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่มีถังใส่น้ำแข็งสำหรับเก็บนมพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อควบคุมอุณหภูมิของนมโรงเรียนก่อนให้นักเรียนบริโภค โดยตัวแทนส่งนมโรงเรียน(สายส่ง)เป็นผู้จัดหามาให้ สามารถควบคุมอุณหภูมินมโรงเรียนไม่ให้เกิน 8 องศาเซลเซียสได้ ซึ่งขนาดความจุพอเหมาะกับปริมาณนมทั้งหมด โดยมีตัวแทนส่งนมโรงเรียนเป็นผู้บำรุงรักษาอุปกรณ์ ส่วนนม UHT ส่วนใหญ่บรรจุลังกระดาษ โดยมีการซ้อนลังไม่เกิน 8 ชั้น สถานที่จัดเก็บสามารถรักษาอุณหภูมิของนมไม่ให้เกิน 45 องศาเซลเซียสได้ และมีความจุพอเหมาะกับปริมาณนมทั้งหมด จัดเก็บนมโรงเรียนบนชั้นยกสูงจากพื้นอย่างน้อย 10 เซนติเมตร สถานที่จัดเก็บมีความสะอาด สามารถป้องกันสัตว์พาหะได้ ไม่เปียกชื้น และไม่ถูกแสงแดดโดยตรง ด้านปัญหาและอุปสรรคในการจัดเก็บนมโรงเรียนพบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ในการตรวจวัดอุณหภูมินม
              การเฝ้าระวังคุณภาพนมโรงเรียน ควรดำเนินการแบบมีส่วนร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงสถานที่และอุปกรณ์จัดเก็บนมโรงเรียนที่เหมาะสม ตัวแทนส่งนมโรงเรียน(สายส่ง)รับผิดชอบการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างนมโรงเรียน ครูหรือบุคลากรผู้รับผิดชอบนมโรงเรียนเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนทุกครั้งก่อนให้เด็กดื่มและรายงานผล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ได้แก่ อย.น้อย หรือ อสม. เป็นผู้ประเมินและเฝ้าระวังระบบ cold chain นมโรงเรียนในพื้นที่รับผิดชอบให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนระดับจังหวัด เป็นผู้รวบรวม วิเคราะห์ สรุปปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขแก่ผู้บริหารต่อไป

เอกสารอ้างอิง

กองควบคุมอาหาร. (2558). มารักษาคุณภาพนมโรงเรียนกันเถอะ ฉบับผู้ประกอบการ. กรุงเทพฯ :สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

รถนา มีแสง. (2554). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มนม. โรงเรียนมูลนิธิวัดปากบ่อ. [Online] Available : https://www.gotoknow.org/posts/477793.

เวณิกา เบ็ญจพงษ์. (2552). การจัดการความปลอดภัยของนมโรงเรียน. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช).

สุกัญญา แสงวิรัช. (2541). การศึกษาผลกระทบของโครงการอาหารกลางวันและอาหารเสริม (นม) โรงเรียนทางด้านโภชนาการในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร.
วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต (โภชนาการ) มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุคนธา คงศีลและคณะ. (2553). นมโรงเรียน : คุณภาพความครอบคลุมและการจัดการที่อาจนำไปสู่ข้อเสนอแนะทางนโยบาย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุณีรัตน์ เอี่ยมละมัยและคณะ. (2556). โครงการวิจัยมาตรฐานและความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิตเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยอาหาร : น้ำนม.
กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.).

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2554). การศึกษาระบบโลจิสติกส์นมโรงเรียน. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-12-01

รูปแบบการอ้างอิง

ฮาเส็ม ส. (2017). การศึกษาและพัฒนาการเฝ้าระวังนมโรงเรียนตามระบบ cold chain ในโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดภูเก็ต. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 31(4), 607–618. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/171980

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ