ผลของการให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผนต่อการลดความวิตกกังวลและความพึงพอใจในผู้ป่วย ที่ได้รับการสลายนิ่วด้วยเครื่องสลายนิ่วคลื่นความถี่สูงโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผน, ความวิตกกังวล, การสลายนิ่วด้วยเครื่องสลายนิ่วคลื่นความถี่สูงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิด 2 กลุ่ม แบบเปรียบเทียบก่อนหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการให้ข้อมูลอย่างมีแบบแผนด้วยคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูงต่อการลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยที่รับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กับกลุ่มที่ได้รับข้อมูลตามปกติ และศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยที่ได้รับข้อมูลอย่างมีแบบแผนด้วยคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างถูกเลือกแบบเจาะจงเป็นเป็นผู้ป่วยโรคนิ่วที่เข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีระหว่างเดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม 2560 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ คู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่ ที่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่านตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนื้อหา พบว่ามีความเหมาะสมระดับมาก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2) แบบสอบถามความวิตกกังวลของผู้ป่วยซึ่งผู้วิจัยนำมาจาก Spielberger ชื่อว่า Stage Anxiety : From X-I 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูงซึ่งหาความตรงตามเนื้อหาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน เป็นผู้ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา ได้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์พบว่ามีค่ามากกว่า 0.6 ทุกข้อ หาค่าความเที่ยงโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาคได้ 0.71 ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบอิสระผลการวิจัย พบว่า
1. ผู้ป่วยโรคนิ่วที่เข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีที่ได้รับข้อมูลอย่างมีแบบแผนด้วยคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูงมีความวิตกกังวลน้อยกว่าผู้ที่ได้รับข้อมูลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. ระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยโรคนิ่วที่เข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง หลังได้รับข้อมูลอย่างมีแบบแผนด้วยคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อเข้ารับการสลายนิ่วด้วยคลื่นความถี่สูง โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีพบว่ามีความพึงพอใจอยู่ระดับมาก (Mean = 4.37, SD=0.53)
เอกสารอ้างอิง
2. โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ. [อินเทอร์เน็ต]. 2560. [สืบค้นเมื่อวันที่ 15มีนาคม2560]; http://www.108health.com/108health/category.php?sub_id=59&ref_main_id=15
3. ธิมาภรณ์ ซื่อตรง, สุพรดนัย ดุษฎีกุล, นภาพร วาณิชย์กุล และตรีหาญ ประเสริฐพงษ์. (2559). เปรียบเทียบดัชนีมวลกายความเครียดเรื้อรังความแตกฉานทางสุขภาพความรับผิดชอบของผู้ป่วยและการรับรู้การดูแลแบบบุคคลเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำและผู้ที่ไม่เป็นซ้ำ. Journal of Nursing Science, 34(2):80-91.
4. ประวีณ ทับแสง. (2551). ต้นทุนค่าใช้จ่ายผลการรักษาและความพึงพอใจในการรักษาโรคนิ่วระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบนโดยวิธีสลายนิ่วด้วยคลื่นช็อคเวฟในโรงพยาบาลมหาสารคาม. ขอนแก่นเวชสาร, 32(7) ฉบับพิเศษ: 1-11.
5. รายงานจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. (2559). แผนกผู้ป่วยนอก. รายงานประจำปี.
6. Spielberger CD. (1972). Anxiety as an Emotional State. In CD. Spielberger (ed.) Anxiety and Behavior. New York: Academy.
7. Spielberger CD. (1976). The Nature and Measurement of Anxiety. In Spielberger CD. and Diaz-Guerrero R. (Eds.), Cross Cultural Anxiety. P. 3-10; Washington D.C. :Hemisphere.
8. Leventhal H. & Johnson JE. (1983). Laboratory and Field experiment ion; Development Of Theory of self-Regulation, In PJ. Wooldrige, MH,& Schmitt JK.
9. กุลถิรา ชินวัฒนา, เกศรา เสนงาม และสุภางค์พิมพ์ รัตสัมพันธ์. (2556). ผลของการให้ข้อมูลก่อนการ ตรวจต่อระดับความวิตกกังวลของผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการในโอกาสครบรอบ 25 ปีและการประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับ Digital Multimedia ณ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตศึกษาปีการศึกษา 2556.
10. ลิกิจ โหราฤทธิ์. (2551). ผลของการให้ข้อมูลเตรียมความพร้อมต่อความวิตกกังวลในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดโรคระบบทางเดินอาหาร. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.