ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อความรู้และการจัดการตนเองของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะ หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 2 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์, หลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อความรู้และการจัดการตนเองของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะหอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 2 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และการปฏิบัติตัวหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อ
ความรู้และการจัดการตนเองของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะและศึกษาระดับความพึงพอใจหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อความรู้และการจัดการตนเองของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะ เป็นงานวิจัยแบบหนึ่งกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างจำ�นวน 30 ราย ที่เข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือสื่อวีดีทัศน์เรื่องการจัดการตนเองหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะในผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตแบบประเมินความรู้เรื่องการดูแลตนเองหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะแบบประเมินการจัดการตนเองหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลและแบบประเมินความพึงพอใจในการได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า คะแนนความรู้เฉลี่ยหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ของผู้ป่วยหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากโตผ่านทางท่อปัสสาวะสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สามารถจัดการตนเองได้ถูกต้องร้อยละ 90% และระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 80 - ร้อยละ 93.3)
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าบุคลากรสุขภาพควรนำโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อความรู้และการจัดการตนเองของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านทางท่อปัสสาวะให้ความรู้ผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก
เอกสารอ้างอิง
กฤษณะ กมลวิจิตรและจิราพร เกศพิชญวัฒนา (2546).“การพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการผ่าตัด”,
ณัฐนันท์ เกตุภาค, วิลาวัณย์ พิชัยเสถียรและ อารีย์วรรณ กลั่นกลิ่น. (2554). “ผลของการให้ข้อมูลโดยใช้สื่อวีดีทัศน์ต่อความรู้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยในการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล.” พยาบาลสาร,38(3),98-109.
บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล. (2553). ต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมาก. กรุงเทพฯ:ส. เอเชียเพรส.พิชัย บุณยะรัตเวช,
พิชัย บุณยะรัตเวช, อภิรักษ์ สันติงามกุล, กมล ภานุมาศรัศมี, กวิรัช ตันติวงษ์, จุลินทร์ โอภานุรักษ์, ชนธีร์บุณยะรัตเวช, และทศพล ศศิวงศ์ภักดี. (2554). ต่อมลูกหมาก.กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2553). สถิติสาธารณสุข. Retrieved from http://www.bps.ops.moph.go.th/Healthinformation/statistic53/
statistic53.pdf
Albert Pesha. 2016. Complications of Transurethral Resection of the Prostate. Clinical Medicine Research[Online]. Available from:http://www.sciencepub-
lishinggroup.com/j/cmr[2018, April 28]
Brandon Van Asseldonk, BASc, Jack Barkin,MD, Dean S. Elterman, MD. 2015. Medical therapy for benign prostatic hyperplasia: a review. The Canadian
Journal of Urology 2015;22(Suppl 1):7-17.
Camille Vuichoud, MD, Kevin R. Loughlin, MD. 2015. Benign prostatic hyperplasia: epidemiology, economics and evaluation. The Canadian Journal of Urology 2015;
22(Suppl 1):1-6.
Jennifer L Wolff, et al. 2016. Examining the context and helpfulness of family companion contributions to older adult’ primary care visits. Patient Education
and Counseling[Online]. Available from: www.sciencedirect.com[2018, August 19]
Mogensen, K. and Jacobsen, J. D. 2008. The load on family and primary healthcare in the first six weeks after transurethral resection of the prostate.
Scand J Urol-Nephrol 42(2): 132-6.
Peng Xu, Abai Xu, Binshen Chen, Shaobo Zheng, Yawen Xu and Hulin Li et al. 2018. Bipolar transurethral encleation and resection of the prostate: Whether
it is ready to supersede TURP? .Asian Journal of Urology[Online]. Available from: www.sciencedirect.com [2018, April 28]
Kok Bin Lim. 2017. Epidemiology of clinical benign prostatic hyperplasia. Asian Journal of Urology[Online]. Available from: www.sciencedirect.com [2018, April 28]
Lloyd L Oates and Christopher I Price. 2017. Clinical assessment and care interventions to promote oral hydration amongst older patient. A narrative systemic
review. BMC Nursing[Online]. Available from : www.biomedcentral.com[2018, August 19]
SnezanaKusljic, Jessica Aneja, Eliza-beth Manias. 2017. Incidence of compli-cation in men undergoing transurethral resection o f the prostate. Australian College
of Nursing[Online]. Available from: www.sciencedirect.com [2018, April 28]
Tahminur Rahman. 2016. Benign Prostatic Hyperplasia: Review and Update on Etiopathogenesis and Treatment Modalities. Journal of Urology and Research [Online]. Available from: E-mail: mtahmiur@yahoo.com and mtahmiur@gmail.com[2018, April 28]