การศึกษาอุบัติการณ์และการเปลี่ยนแปลงของภาวะที่มีการโตของท่อน้ำนมในสตรีไทย

ผู้แต่ง

  • นิธิมา ศรีเกตุ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

ท่อน้ำนม

บทคัดย่อ

              การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาอุบัติการณ์การโตของท่อน้ำนม (Dilated lactiferous duct) ในสตรีไทยและการเปลี่ยนแปลงของภาวการณ์โตของท่อน้ำนม เพื่อจะได้นำข้อมูลที่จะได้จากงานวิจัยมากำหนดแนวทางในการตรวจรักษาและกำหนดช่วงเวลาติดตามอาการให้มีความเหมาะสม
              การเก็บข้อมูลเป็นการเก็บข้อมูลแบบ Retrospective descriptive Design โดยผู้ที่ดำเนินการเก็บข้อมูลจะตรวจดูผลเอกซเรย์เต้านมหรืออัลตร้าซาวด์ผู้ป่วยที่มารับการตรวจที่โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี ช่วง กรกฎาคม 2556 - มิถุนายน 2558 รวม 24 เดือน จำนวน 5,127 ราย ผ่านระบบการจัดเก็บภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (PACS) ข้อมูลที่ต้องพิจารณาก็คือ ลักษณะของของเหลวในท่อน้ำนมเป็นแบบใสหรือขุ่นหรือมีก้อนในท่อน้ำนม จำนวนท่อที่โตว่าเป็นชนิดหลายท่อหรือท่อเดียว ตำแหน่งที่พบท่อน้ำนมที่โตว่าอยู่ใต้ลานนมหรือนอกลานนม รวมทั้งความผิดปกติอื่นๆ ที่ตรวจพบร่วมกับท่อน้ำนมที่โต เช่น ถุงน้ำ หรือ ก้อนเนื้อ
              ผลการวิจัยพบว่าสตรีไทยที่ไม่ได้อยู่ในช่วงให้นมบุตรมีการโตของท่อน้ำนมที่ 1.69 % โดยพบว่ากลุ่มที่มีการโตของท่อน้ำนมแบบหลายท่อใต้ลานนมหรือ กลุ่มที่พบของเหลวในท่อน้ำนมมีลักษณะใส เมื่อติดตามอาการจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ (77.69-77.89%) และที่พบบ่อยรองลงไปคือมีการหายของท่อน้ำนมที่โต (13.56-18.64%) โดยระยะเวลาที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและพบมากที่สุดคือ 6 เดือน (36.36%) รองลงคือระยะเวลา 12 เดือน (27.27%)ส่วนใหญ่ (50.62%) จะเป็นการตรวจเจอการโตของท่อน้ำนมเพียงอย่างเดียว และความผิดปกติอื่นๆ ที่ตรวจพบได้มากที่สุดสำหรับผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มก็คือถุงน้ำ (37.04%) โดยไม่พบก้อนมะเร็งในทั้ง 2 กลุ่มแต่อย่างใด(0%)
              สำหรับกลุ่มที่พบของเหลวในท่อน้ำนมขุ่น กับ กลุ่มที่มีการโตของท่อน้ำนมแบบหลายท่อนอกลานนม และกลุ่มที่มีการโตของท่อน้ำนมท่อเดียวทั้งในและนอกลานนมมีจำนวนข้อมูลที่น้อยทำให้ไม่สามารถสรุปผลหรือวิเคราะห์ได้เพราะจำนวนข้อมูลที่ไม่ถึง 10 เต้าในแต่ละกลุ่ม ทั้งนี้ถ้าต้องการทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใน 3 กลุ่มนี้ต้องอาศัยการเก็บข้อมูลที่มากกว่านี้เพื่อให้ได้ปริมาณข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือจึงจะสามารถสรุปผลหรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้
              แต่อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ได้จากการวิจัยฉบับนี้อาจจะช่วยชี้แนะแนวทางการดูแลติดตามการรักษา ผู้ป่วยในกลุ่มที่มีการโตของท่อน้ำนมแบบหลายท่อใต้ลานนมหรือกลุ่มที่พบว่ามีของเหลวแบบใสในท่อน้ำนมที่โตว่าโดยส่วนใหญ่ไม่มีอันตรายและไม่พบภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งแต่อย่างใด ดังนั้นผู้ป่วยใน 2 กลุ่มนี้สามารถติดตามการรักษาแบบ BIRADS CATEGORY III คือทุก 6 เดือนได้อย่างปลอดภัย

เอกสารอ้างอิง

Nipple discharge. [Internet], 2015. Aviable from: http//www.mayoclinic.org.[cited 2015 July 29].

Basak Erguvan Dogan, Koray Ceyhan, Selma Tukel, Suzan Saylisoy, Gary J. Whitman. Ductal Dilatation as the Manifesting Sing of Invasive Ductal carcinoma. Journal of Ultrasoung [online], 2005. Avialable from; http// www.jultrasoundmed.org. [cited 2015 August 26]

Diana M. Ferris -Jame, Elaine luanow. Tejas S. Mehta, Rola M. Shaheen, Priscilla J. Sianetz. Imaging Approaches to Diagnosis and Management of common Ductal Abormality. [online],2012. Available from: http//www.pubs.rsna.org. [cited 2015 August 6]

What Are The Treatments for Dilated Duct in the Breast?[Internet]. Santa Monica in California USA :The Livestrong Foudation;[online],2015. Available from:
http//www.liverstrong.com. [cited 2015 july30].

Chui-Mei Tiu, See-Ying Chou, Chiou-Hsin, Yi-Hong Chou, Chiou-Hsin Lai, Hong-Jen Chiou, et al. Clinical Significant of Ductal Dilatation on Breast Ultrasonogram.
Journal of Medical Ultrasound [online], 2005. Available from:http//jmu-online.com. [cited 2015 july 30]

Daniel B. Kopans, Breast imaging. Third Edition. Philadelphia USA:Lippincott Williams & Wilkins;2007. Solitary dilated duct;p 544.[online]. Available from:http//
www.book.google.co.th. [cited 2015 july 30].

Merih Guray, Aysegul A. Sahin. Benign Breast Disease:Classification,Diagnosis, and Management. Journal of The Oncologist. [online],2006. Available from: http//www.theoncologist.alphamed-press.org.[cited 2015 August 1]

Ellen Shaw De Paredes. Tarek A . Hijaz MD. Ami M. Trivedi .Seminars in Breast Disease.[online],2004. Available from :http//www.researchgate.net. [cited 2015 August 5]

Femal Breast Anatomy.[online],2010. Available from:http:www.ultrasoundregistryreviews.com.[cited 2015 August 5].

Mammary Duct Estasia.[online],2008. Available from :http//www.Findatopdoc.com.[cited 2015 August 5].

William H. Hindle.MD, Kefah Mokbel, MB BS, FRCS. Diagnosis and Management of Benign Breast Disease[online], 2009. Available from:http//www.glown.com.
[cited 2015 August 12].

Dr. Bruno Di Muzio and Stefano Pacifici. Terminal ductal lobular unit.[online], 2005. Available from http//: www.radiopaedia.org.[cited 2015 August 12].

National Cancer Institute . Hospital- Based Cancer Registry Annual Report 2013.[online], 2013. Bangkok Thailand. Available from http//www.nci.go.th.[cited
2015 August 12].

ภิรมย์ กมลรัตนกุล, มนต์ชัย ชาลาประวรรตน์, ทวีสิน ตันประยูร “หลักการทำวิจัยให้สำเร็จ” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้า 9-13

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-02-14

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีเกตุ น. (2019). การศึกษาอุบัติการณ์และการเปลี่ยนแปลงของภาวะที่มีการโตของท่อน้ำนมในสตรีไทย. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 32(4), 1419–1430. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/176645

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ