การประเมินการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของผู้สูงอายุ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การเข้าถึงบริการ, การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกัน, โรคผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์์เพื่อประเมินการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกัน
โรคของผู้สูงอายุ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน398 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์
เกี่ยวกับการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของผู้สูงอายุ ได้แก่ ด้านการคัดกรองโรคและปัญหาสุขภาพ
ด้านการรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2557 ถึงมกราคม
2558วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 64.6 อายุเฉลี่ย 70.8 ปี นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 89.4 มีโรคประจำตัวร้อยละ 73 เมื่อประเมินการเข้าถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ด้านการคัดกรองโรค และปัญหาสุขภาพพบว่าผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95.7 รองลงมาได้แก่ การตรวจคัดกรองเบาหวาน ร้อยละ 91.5 และตรวจคัดกรองไขมันในเลือด ร้อยละ 84.7 ส่วนด้านการรับบริการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคพบว่า ได้รับคำ แนะนำ การรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย ร้อยละ 90.2 ได้รับบริการฉีดวัคซีนปอ้ งกันไขห้ วัดใหญตามฤดูกาลในรอบปีร้อยละ 64.6 และได้รับบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเพื่อควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 44.2 โดยสถานบริการที่ผู้สูงอายุไปใช้บริการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน ร้อยละ 33.9โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำ บลร้อยละ15.1 และสถานพยาบาลเอกชน ร้อยละ 6.8 โดยเหตุผลสำคัญในการเลือกสถานพยาบาล คือ ความสะดวกในการเดินทางจากผลการวิจัยครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะว่าเจ้าหน้าที่ทีมสุขภาพ ควรมีการพัฒนาระบบบริการ ด้านการคัดกรองโรค
และปัญหาสุขภาพ เช่น การคัดกรองภาวะสมองเสื่อม และด้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตลอดจนการบริการฉีดวัค
ซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ต่ ามฤดูกาล เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสรา้ งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของผู้สูงอายุให้ครอบคลุม
มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
thailandometers.mahidol.ac.th/#elderly สืบค้นเมื่อ19กันยายน 2557.
2. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: บริษัท ทีคิว พี จำกัด; 2550.หน้า 1-28.
3. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิลและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือการสัมภาษณ์โครงการประเมินการเข้า ถึงบริการสร้า งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ประชาชนคนไทย,เอกสารอัดสำเนา; 2557.
4. กรมการแพทย ์ กระทรวงสาธารณสขุ . คมู่ อื การคดั กรอง/ประเมนิ ผ้สู งู อาย.ุ นนทบรุ ี : โรงพมิ พ์องค์การสงเคราะห์
ทหารผ่านศึก; 2557.
5. ณฐัฐติ า เพชรประไพ. การสำรวจภาวะสขุ ภาพของผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสาร
การสงขลานครินทร์เวชสาร; 2558. 33(1): 21-30.
6. สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ.รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย.กรุงเทพฯ: บริษัท เดอะกราฟิโก ซิสเต็มจำกัด; 2552.
7. วิชัย เอกพลากร, เยาวลักษณ์ปรปักษ์ขาม, สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล, หทัยชนก พรรคเจริญ, วราภรณ์เสถียร นพเก้า, และกนิษฐา ไทยกล้า. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551-2. สำนักงานสำรวจสุขภาพของประชาชนไทย, นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโก ซิสเมส์ จำกัด;2552.
8. สุพรรณี ธรากุล, อัญชลี นวลคล้าย, กรรณิการ์ คงทอง,และกานต์ ฉลาดธัญญกิจ. การสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนเมืองภายใต้มาตรฐานการจัดระบบบริการปฐมภูมิ Rama Nurse Journal;2015. 14(3):417-430.