การประเมินประสิทธิภาพโครงการเติมยาเติมสุข

ผู้แต่ง

  • สมสุข สัมพันธ์ประทีป โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

เติมยาเติมสุข, ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน, เภสัชกรร้านยา, ร้านยาคุณภาพ

บทคัดย่อ

              โครงการเติมยาเติมสุขทำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ เบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง ที่ผ่านการพิจารณาจากแพทย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด มีทางเลือกในการรับยาจากเภสัชกรร้านยาแทนการรับยาที่โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยใช้บริการ โดยที่ผลการรักษาไม่แตกต่างกันการประเมินประสิทธิภาพโครงการเติมยาเติมสุข เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น จากการศึกษากลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันจำนวน 275 ตัวอย่าง จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 33,014 คน ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต (ร้อยละ 80.7)และมาด้วยอาการป่วยทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน (ร้อยละ 63.3)ไม่รู้จักโครงการเติมยาเติมสุข (ร้อยละ 88.7)และจากจำนวนผู้ที่รู้จักโครงการเติมยาเติมสุขทั้งหมด 31 คน ไม่มีผู้ใดที่เข้าร่วมโครงการเลย สำหรับผู้ป่วยที่รับรู้โครงการเติมยาเติมสุขแล้ว ส่วนใหญ่คาดว่าไม่เข้าร่วมโครงการ (ร้อยละ 44.4)ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับความน่าเชื่อถือต่อการดำเนินโครงการเติมยาเติมสุขเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย3.40)โดยมีความน่าเชื่อถือเฉลี่ยมากที่สุดในประเด็นคุณภาพและมาตรฐานของยา/เวชภัณฑ์รองลงมาคือ ประสิทธิภาพของยา/เวชภัณฑ์จากร้านยาที่ร่วมโครงการและความรู้ของเภสัชกรตามลำดับด้านประสิทธิภาพต่อการรักษาผู้ป่วยส่วนใหญ่เห็นด้วยมากที่สุดในประเด็นด้านยา/เวชภัณฑ์ที่ได้รับมีความเหมาะสม/ประสิทธิภาพรองลงมาคือด้านบุคลากร/เภสัชกรรา้ นยาผ้ใู หค้ ำแนะนำและการดำเนินงานโครงการเตมิ ยาเติมสุขโดยภาพรวมตามลำดับโดยผู้ป่วยที่รู้จักโครงการเติมยาเติมสุขส่วนใหญ่มีความสะดวกที่จะไปโรงพยาบาลมากกว่าร้านยา เนื่องจากไม่มีความเชื่อมั่นในการรักษาและระยะเวลาที่โรงพยาบาลนัดมารับยาไม่บ่อยเกินไป ส่วนกลุ่มเภสัชกรสถานบริการของรัฐในจังหวัดภูเก็ตซึ่งส่วนใหญ่
ปฏิบัติงานอยู่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต (ร้อยละ 61.9) พบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการดำเนินงานโครงการ(ค่าเฉลี่ย 3.81) รวมทั้งมีความพร้อมและความกระตือรือร้นต่อการให้บริการผู้ป่วย โดยมีความพร้อมด้านสถานที่อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 3.05) เนื่องจากความความแออัดของสถานที่ ระยะเวลาในการรอรับการรักษาและพื้นที่ให้บริการผู้ป่วย ส่วนด้านวิชาการเภสัชกรส่วนใหญ่เห็นด้วยอย่างมาก (ค่าเฉลี่ย3.83) ทั้งด้านความเพียงพอของยา/เวชภัณฑ์ประสิทธิภาพของยา/เวชภัณฑ์และความพร้อมต่อการให้คำแนะนำ/ความรู้ในการรักษาโดยให้ข้อเสนอแนะว่าโครงการเติมยาเติมสุขแก่ผู้ป่วยเบาหวานและความดันเป็นโครงการที่ดีแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนและผู้ป่วย จึงควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ ส่วนในกลุ่มเภสัชกรร้านยาส่วนใหญ่เห็นด้วยต่อการดำเนินโครงการเติมยาเติมสุขมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.24) ทั้งด้านบุคลากร ที่ร้านยามีเภสัชกรให้ความรู้ประจำร้านตลอดเวลา (ค่าเฉลี่ย4.34) รองลงมาคือร้านยามีเภสัชกรเพียงพอต่อการให้บริการ และมีความพร้อมต่อการให้คำแนะนำผู้ป่วยส่วนด้านเวชภัณฑ์เภสัชกรร้านยาเห็นว่า มีมาตรฐานและคุณภาพที่เหมาะสมมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย4.34) รองลงมาคือ ความเพียงพอของเวชภัณฑ์/ยาที่ต้องใช้ในการรักษา และความพร้อมของเวชภัณฑ์/ยาที่ต้องใช้ในการรักษาตามลำดับส่วนด้านสถานที่ขายยาเภสัชกรร้านยาส่วนใหญ่เห็นว่าร้านยามีความรวดเร็วต่อการให้บริการมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.38) รองลงมาคือความสะดวกในการเดินทางมาร้านยาและความพร้อมของสถานที่ต่อการรองรับผู้ป่วยตามลำดับ โดยเภสัชกรร้านยาให้ข้อคิดเห็นว่ามีผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการเติมยาเติมสุขมาใช้บริการน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังไปใช้บริการที่โรงพยาบาล

เอกสารอ้างอิง

1. ปราณี ลัคนาจันทโชติ, ปิยวรรณ เหลืองจิรโณทัย. Progression in the movement in DM Pharmacist. [Online] Advisable : file:///C:/Users/ADMIN/Downloads/Progression%
20_in_the_movement_in_DM_Pharmacist. pdf;(มปป)

2. ผุสดี บัวทอง,ผจงจิต เลิศสุทธิรักษ์.คู่มือการบริบาลทางเภสัชกรรมเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร;2541.

3. พยอม สุขเอนกนันท์.การทำงานเชิงเครือข่ายระหว่างร้านยาคุณภาพและหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ ในเขตเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารเภสัชกรรมชุมชน. 2552;8:43.

4. มณฑา ถิระวุฒิ และคณะ. ผลของการเติมยารักษาโรคความดันโลหิตสูงโดยเภสัชกรในศูนย์สุขภาพชุมชนตำบลเทพา. สงขลานครินทร์เวชสาร 2550; 25:4 .

5. วิจิตรา ชิมตระกูล ,สุรสิทธิ์ ล้อจิตรอำนวย.การประเมินผลโครงการคลินิกเติมยาโรคความดันโลหิตสูง โดยเภสัชกรในโรงพยาบาลศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2558;24:4 .

6. วิวัฒน์ ถาวรวัฒนยงค์ .การสำรวจยาเหลือใช้ และปัจจัยที่เป็นสาเหตุ กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ตำบลหนองปากโลง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. วารสารวิชาการ
สาธารณสุข 2555;21:6.

7. สุปวีณ์ ธนอัศวนนท์.เหตุผลการผิดนัดของผู้ป่วยเบาหวาน คลินิกเบาหวาน. วารสารโรงพยาบาลแพร่ 2554;19:2.

8. Conte,RR. Training and Activities of Pharmacist Prescribers in a California Pilot Projec. Am J Hosp Pharm 1986; 43: 375-380.

9. Montello MJ, Ames T.Therapeutic Selection during an emergency response. Am J Health Syst Pharm 1999;56: 236-240.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-06-01

รูปแบบการอ้างอิง

สัมพันธ์ประทีป ส. (2016). การประเมินประสิทธิภาพโครงการเติมยาเติมสุข. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 30(2), 59–68. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/178598

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ