หลักอิทธิบาทธรรมต่อความสำเร็จและความสุขในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ หน่วยบริการปฐมภูมิอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
อิทธิบาทธรรม, การปฏิบัติงานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการนำหลักอิทธิบาทธรรมใช้ในการปฏิบัติงาน2)เพื่อเปรียบเทียบการนำหลักอิทธิบาทธรรม ใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร และรายได้ต่อเดือนต่างกัน 3)เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการนำหลักอิทธิบาทธรรม ใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยบริการปฐมภูมิอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 248 คน ใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกนกำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 152 คน ใช้แบบสอบถามรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ One-way ANOVA พบความแตกต่างทดสอบรายคู่ด้วยวิธีLSD ผลการวิจัยพบว่า 1)การนำหลักอิทธิบาทธรรมใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยรวมทั้ง 4ด้าน อยู่ในระดับมาก พิจารณาเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ด้านฉันทะ รองลงมาได้แก่ ด้านวิริยะ และด้านจิตตะมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดเมื่อจำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร รายได้ต่อเดือน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบการนำหลักอิทธิบาทธรรมใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร และรายได้ต่อเดือนต่างกัน พบว่าโดยรวมทั้ง 4ด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 3) ข้อเสนอแนะแนวทางส่งเสริมการนำหลักอิทธิบาทธรรมใช้ในการปฏิบัติงาน พบว่า ด้านฉันทะ มีผู้เสนอแนะมากที่สุดให้มีความรัก ความพึงพอใจในงานที่ทำไม่ว่าเป็นงานอะไรก็ต้องรักและเต็มใจพร้อมปรับทัศนคติให้เห็นคุณค่างาน ปรับความคิดให้รักและพอใจในงานที่รับผิดชอบรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในองค์กรกระทรวงสาธารณสุขรักองค์กร เคารพความเป็นทีมต้องจัดคนให้เหมาะสมกับงานตามความถนัดเฉพาะตัวให้ความสำคัญทรัพยากรบุคคล ส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานมีอำนาจตัดสินใจ ได้อย่างเต็มที่
เอกสารอ้างอิง
2. กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. คู่มือพัฒนาระบบงานศูนย์สุขภาพชุมชนเพื่อให้ได้ตามมาตรฐาน.กระทรวงสาธารณสุขนนทบุรี:กระทรวงสาธารณสุข;2550.
3. กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. คู่มือการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. พิมพ์ครั้งที่ 2 :โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ; 2552.
4. กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ. คู่มือประเมินรับรองมาตรฐานศูนย์สุขภาพชุมชน. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2546.
5. ขนิษฐา นันทบุตรและคณะ.รายงานการวิจัยโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูประบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ: กรณีศึกษาในชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.นนทบุรี:สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ; 2546.
6. ประเวศ วะสี. บนเส้นทางใหม่การส่งเสริมสุขภาพอภิวัฒน์ชีวิตและสังคม.พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน ; 2542.
7. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). ธรรมะกับการทำงาน. พิมพ์ครั้งที่๓. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม ; 2543.
8. พระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ). (ม.ป.ป.). งานคือชีวิตชีวิตคืองานบันดาลสุข.กรุงเทพฯ: สถาบันบันลือธรรม ; 2540.
9. พุทธทาสภิกขุ. การปฏิบัติงานคือการปฏิบัติธรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เลี่ยงเชียง ; 2530.
10. ส่งศรีชมภูวงศ์. ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์.พิมพ์ครั้งที่ 2. นครศรีธรรมราชมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ; 2554.
11. อำพล จินดาวัฒนะ.การปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ :การปฏิรูปสังคมและชีวิตใน 30 ประเด็นสู่แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 9. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
สหประชาพาณิชย์ ; 2545.