ประสิทธิผลการคัดกรองช่วยเหลือเด็กที่เสี่ยงต่อภาวะบกพร่องทางพัฒนาการ และการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา 12 โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต
คำสำคัญ:
สมาธิสั้น, ออทิสติก, บกพร่องทางการเรียนรู้, เรียนรู้ช้าบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการคัดกรองช่วยเหลือเด็กบกพร่องทางพัฒนาการและการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา12 โรงเรียนในจังหวัดภูเก็ต
วิธีการศึกษา รวบรวมข้อมูลจากโครงการคัดกรองช่วยเหลือเด็กบกพร่องทางพัฒนาการและการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ซึ่งได้แก่โรคสมาธิสั้น โรคในกลุ่มออทิสติก ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ และภาวะเรียนรู้ช้าหลังดำเนินโครงการมาเป็นระยะเวลา 1 ปี เด็กจำนวน 10,737 คน ได้รับการคัดกรองด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมเด็กวัยเรียนของสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต ซึ่งหากพบว่ามีคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 6 คะแนนใน 10 คะแนน จะสงสัยว่ามีความเสี่ยง จากการคัดกรองพบเด็กกลุ่มเสี่ยง 827 คน ผู้ปกครองพาเด็กเข้ารับการรักษาต่อ 154 คน ผู้วิจัยสุ่มเลือกเด็กกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการรักษามาเปรียบเทียบกับเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้เข้ารับการรักษา โดยเปรียบเทียบจากการเปลี่ยนแปลงของคะแนนอาการจากแบบสังเกตพฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงของผลการเรียน จากนั้นนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลด้วย independent t-test และวัดขนาดของความสัมพันธ์ด้วย Odds Ratio
ผลการศึกษา เด็กกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการรักษามีการเปลี่ยนแปลงของคะแนนอาการที่ดีขึ้นเฉลี่ย 4.26 คะแนนเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่มีคะแนนของอาการแย่ลงเฉลี่ย 0.86 คะแนน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ P < 0.01 และพบว่าเด็กกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการรักษามีผลการเรียนที่ดีขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.65 เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่มีผลการเรียนแย่ลงเฉลี่ยร้อยละ 4.15 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่ P < 0.01 และเมื่อดูระดับความสัมพันธ์ของการเข้ารับการรักษากับผลลัพธ์การรักษา พบว่ากลุ่มเข้ารับการรักษามีโอกาสที่จะมีอาการดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาถึง 9.333 เท่า และมีโอกาสที่จะมีผลการเรียนดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาถึง 7.319 เท่า
สรุป เด็กกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการรักษามีการเปลี่ยนแปลงของอาการและผลการเรียนที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เข้ารับการรักษา แต่พบว่าเด็กกลุ่มเสี่ยงเข้ามารับการรักษามีจำนวนน้อยเพียงร้อยละ 18.62 ดังนั้นการคัดกรองและช่วยเหลือเด็กในอนาคตควรหาวิธีการที่จะทำให้เด็กกลุ่มเสี่ยงได้เข้ามารับการรักษามากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
จิตแห่งประเทศไทย 2556; 21(2): 66-75
2. วินัดดา ปิยะศิลป์, สุธาทิพย์ วังตาล. ความบกพร่องทางการเรียนรู้และโรคที่พบร่วม. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2558; 60(4): 287-296.
3. ศรีวรรณาพูล สรรพสิทธิ์ และคณะ. การศึกษาภาวะออทิสซึมในประเทศไทยและการดูแลรักษาแบบบูรณาการในระดับประเทศ. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2548; 13(1): 10-16
4. อภิชัย มงคล, ปราณี ชาญณรงค์, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน,พรทิพย์ วชิรดิลก, โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ. สถานการณ์ระดับสติปัญญาเด็กนักเรียนไทยปี 2554. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย 2555; 20(2): 79-89
5. PliszkaS, and the AACAP Committee on Quality Issues (CQI). Practice Parameter for the Assessment and Treatment of Children and Adolescents with Attention-Deficit/ Hyperactivity Disorder. JAACAP 2007; 46(7): 894-921.
6. Volkmar F, Siegel M, Woodbury-Smith M, King B, McCracken J, State M, and the AACAP Committee on Quality Issues (CQI). Practice Parameter for the Assessment and Treatment of Children and Adolescents with Autism Spectrum Disorder. JAACAP 2014; 53(2): 237-257.
7. Joseph HB, and the AACAP Committee on Quality Issues (CQI). Summary of the Practice Parameters for the Assessment and Treatment of Children and Adolescents with Language and Learning Disorders. JAACAP 1998; 37(10): 1117-9.
8. Szymanski L, Bryan HK, and the AACAP Committee on Quality Issues (CQI). Summary of the Practice Parameters for the Assessment and Treatment of Children, Adolescents, and Adults with Mental Retardation and Comorbid Mental Disorders. JAACAP 1999; 38(12): 1606-1610.
9. วินัดดา ปิยะศิลป์, พนม เกตุมาน, บรรณาธิการ. ตำราจิตเวชเด็กและวัยรุ่น.. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์; 2545.
10. ธีรารัตน์ แทนขำ, อนัญญา สินรัชตานันท์บรรณาธิการ. แนวทางการดูแลผู้ป่วยสติปัญญาบกพร่อง ออทิสติกสมาธิสั้น และภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ สำหรับระบบเครือข่ายบริการสาธารณสุข.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ฟาสต์บุคส์; 2556.
11. ศรีสุดา หลาวทอง. ความชุกของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ในเขตบริการโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดลำพูน. วารสารโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ 2538; 15(2).
12. เบญจพร ปัญญายง, อลิสา วัชรสินธุ์. ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กในกรุงเทพมหานครการศึกษาทางระบาดวิทยา. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2539.
13. กวี สุวรรณกิจ, วัจนินทร์ โรหิตสุข, สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์, สมร อริยานุชิตกุล, เพ็ญพรรณ ปทุมมาศ. ปัญหาการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาในกรุงเทพมหานคร.
วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2542; 44(1): 55-63.
14. นิรมล พัจนสุนทร, จินตนา สิงขรอาจ, พีรดา อุ่นไพร, วริศรา ศรีสวัสดิ์, ฉันทนา อุดมสิน, อรนุช กิตติศิริวัฒนกุล. ปัญหาการเรียนและพฤติกรรมในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย2554; 56(4): 345-351.