ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในตำรวจอำเภอเมืองพังงา

ผู้แต่ง

  • สิรินาฏ พัฒนพิชัย โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

คำสำคัญ:

โรคเรื้อรัง, ตำรวจ

บทคัดย่อ

              การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในตำรวจอำเภอเมืองพังงาเป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใด เวลาหนึ่ง แบบตัดขวาง (Cross-sectional descriptive studies) เก็บรวบรวมข้อมูลตามแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลที่สร้างขึ้นในด้านคุณลักษณะทั่วไป และผลการตรวจชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ ในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตำรวจพื้นที่อำเภอเมืองพังงา 3 หน่วยงานคือภูธรจังหวัดพังงา สถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดพังงาตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 144 คน นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป โดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน student t-test และ pearson product-moment correlation coefficient ผลการศึกษา พบว่า เพศชายมีคะแนนเฉลี่ย uric acid, BUN, creatinine, HDL, SGOT, SGPT สูงกว่าเพศหญิงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่.05 ตำแหน่งชั้นสัญญาบัตรมีคะแนนเฉลี่ย HDL, triglyceride, SGPTและ ALP ต่ำกว่ากลุ่มชั้นประทวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05กลุ่มที่ดื่มสุรามีคะแนนเฉลี่ย uric acid , SGOT สูงกว่ากลุ่มไม่ดื่มสุราแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ผลการทดสอบความสัมพันธ์ พบว่า อายุมีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับปานกลางกับ BUN,creatinineดัชนีมวลกายมีความสัมพันธ์ด้านบวกกับ urine protein ,urine sugar,ระดับน้ำตาลในเลือด,HDL,triglyceride,SGPTและ ALP.สัดส่วนเส้นรอบเอวต่อรอบสะโพก มีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับต่ำกับ uric acid, BUN,creatinine,HDL,triglyceride,SGPT.การสูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับต่ำกับ BUN ระดับความดันโลหิต
systolic blood pressure มีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับปานกลางกับ urine protein ระดับน้ำตาลในเลือด, uric acid,BUN, creatinine, cholesterol, LDL และ triglyceride. ส่วน Diastolic blood pressure มีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับปานกลางกับ urine protein, ระดับน้ำตาลในเลือด, triglyceride และมีความสัมพันธ์ด้านบวกระดับต่ำกับ uric acid,
creatinine, cholesterol, LDL.ในการวิจัยครั้งต่อไปควรดำเนินการศึกษาประสิทธิผลการจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในกลุ่มตำรวจเมืองพังงาในโอกาสต่อไป

เอกสารอ้างอิง

1. World Health Organization. Global status report on noncommunicable diseases 2010. Geneva: World Health Organization; 2011.

2. เนติมา คูนีย์.การทบทวนวรรณกรรม: สถานการณ์ปัจจุบันและรูปแบบการบริการด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. พิมพ์ครั้งที่ 1.นนทบุรี.อาร์ต ควอลิไฟท์.2555.

3. World Health Organization. Noncommunicable Diseases Country Profiles 2011 [Internet].URL:http://whqlibdoc.who.int/publications/2011/9789241502283_eng.pdf [สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2559]

4. Violanti JM, Burchfiel CM, Miller DB, Andrew ME, Dorn J, Wactawski-Wende J, et al. The Buffalo Cardio-Metabolic Occupational Police Stress (BCOPS) Pilot Study: Methods and Participant Characteristics.AnnuEpidemiol 2006;16:148-56.

5. Ramey SL. Cardiovascular disease risk factors and the perception of general health among male law enforcement officers: Encouraging behavioral change. AAOHN J.2003;51(5):219-26.

6. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์.(2554).เปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพหมอตำรวจ รุก..โรงพัก.หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554.URL:http://www.komchadluek.
net [สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559].

7. Panin J. (Pol. Maj. Gen). Police officer and health promotion behaviors:URL: http://www.siampolice.com/forum/index (in Thai).[สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559].

8. Krejcie,Robert V. and Morgan,DaryleW.Determinning sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. v.30,607- 610.

9. สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) (2555).ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน.URL:http://www.thaihealth.or.th[สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559].

10. Mokdad AH, Ford ES, Bowman BA; et al. 2001 Prevalence of obesity, diabetes, and obesity-related health risk factor. JAMA. 2003; 289(1): 76-79

11. Calle EE, Rodriguez C, WALPer-Thurmond K, ThunMJ.Overweight, obesity and mortality from cancer in a prospectively studied cohort of US adults. N Engl J Med. 2003; 348(17): 1625-1638.

12.Olshansky et al., S.J. Olshansky, D.J. Passaro, R.C. Hershow, J. Layden, B.A. Carnes, J. Brody,L. Hayflick, R.N. Butler, D.B. Alison and D.S. Ludwig,
A potential decline in life expectancy in the United States in the 21st century, N. Engl. J. Med. 352 (2005), pp. 1138-1145.

13. ดวงรัตน์ วัฒนกิจไกรเลิศ จงจิตเสน่หารุ้งนภาผาณิตรัตน์กลิ่นชบาสุวรรณรงค์พรรณิภาสืบสุขเดชเกตุฉ่ำ.ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของตำรวจไทย.J NURS Sci 2011;29:133-142.

14. Mahajan DC, Birari SS, Khairnar GS, Patil YP, Kadam VJ, Joshi YM. Prevalence of non communicable disease risk factors in two groups of urban populations. Asian J Epidemiol 2009;2(1):1-8.

15. อนุชิต จูฑะพุทธิ.แอลกอออล์: III. โรคตับจากการดื่มแอลกอฮอล์.หมอชาวบ้าน 2547.237

16.สุเมธ เถาหมอ. (2550). โรคเก๊าท์และการดูแลอาหารของผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์.ค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2554, จากhttp://www.vibhavadi.com/web/health_detail.php?id=109

17. ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์.(2559).การดูแลสุขภาพโรคไตเรื้อรัง.URL:http://www.Bumrungrad.com/th/[สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2559].

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2016-09-01

รูปแบบการอ้างอิง

พัฒนพิชัย ส. (2016). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในตำรวจอำเภอเมืองพังงา. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 30(3), 205–215. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article/view/179000

ฉบับ

ประเภทบทความ

นิพนธ์ต้นฉบับ