ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานที่ศูนย์โพหวาย เครือข่ายโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานที่ศูนย์โพหวาย เครือข่ายโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ พฤติกรรมการออกกำลังกายและระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังการใช้โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวาน กลุ่มประชากรได้แก่ผู้ป่วยเบาหวานในชมรมศูนย์สุขภาพชุมชนโพหวาย เครือข่ายโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามประกอบดว้ ย 3 ส่วน ไดแ้ ก่ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล แบบวัดความรแู้ ละแบบวัดพฤติกรรมการออกกำลังกายซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยตรงโดยผู้เชี่ยวชาญ และทดสอบความเชื่อมั่นด้วยวิธีอัลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความรู้ 0.6 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการตอบแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์กรณีที่อ่านหนังสือไม่ออก ระหว่างวันที่ 1เมษายน 2559 - 31ธันวาคม 2559 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ Wilcoxon และ Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่าคะแนนเฉลี่ยของความรู้หลังการทดลองทันทีและหลังการทดลอง 1 เดือน เพิ่มขึ้นเปรียบเทียบกับก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้ป่วยเบาหวานมีคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการออกกำลังกายก่อนการทดลองเท่ากับ 30.7 และหลังการทดลอง 1 เดือนมีคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมเพิ่มขึ้น เท่ากับ 31.5 แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ และผู้ป่วยเบาหวานหลังการทดลอง 1 เดือนควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคลินิกหรือชมรมผู้ป่วยเบาหวานควรมีโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมโปรแกรมการออกกำลังกายควรพิจารณาจากชนิด ขนาด ระยะเวลาของการออกกำลังกายที่ทำให้ลดระดับน้ำตาลได้ดีเหมาะกับกลุ่มวัยเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการออกกำลังกายอย่างยั่งยืนและลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน
เอกสารอ้างอิง
2. กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2558). คู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในคลินิก NCD คุณภาพ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง
ประเทศไทยจำกัด : 10-11
3. ดวงกมล วัตราดุลและคณะ. (2554). ประสิทธิผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อความรู้เรื่องอาหารการออกกำลังกาย และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก ฉบับที่ 21(1).
4. Benjamin, S Bloom. 1986. ‘Learning for mastry’. Evaluation comment. Center for the study of instruction program. University of California at Los Angeles. Vol2 :47-62.
5. เบญจมาศ สุขศรีเพ็ง. (2550). รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพของเพนเดอร์ (Pender’s Health Promoting Model) ฉบับปรับปรุง 2006 (ออนไลน์). เข้าถึงได้
จาก https://www.gotoknow.org/posts/115422 [19 มีนาคม 2559]
6. ขวัญหทัย ไตรพืช และคณะ. (2553). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 (ออนไลน์). เข้าถึงได้จากhttp://med.mahidol.ac.th/nursing/sites/default/files/public/journal/2553/issue_02/07.pdf [12 กันยายน 2559]