พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เขตสุขภาพที่ 11
คำสำคัญ:
การบริหารแบบมีส่วนร่วม, ผู้สูงอายุ, การดูแลระยะยาวบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการแบบมสี ่วนร่วมในการดูแลผ้สูง อายุระยะยาว
ศึกษาระบบบริการสุขภาพการดูแลสุขภาพทั้งในหน่วยบริการและชุมชน และศึกษาแนวทาง ข้อเสนอแนะในการดูแล
ผู้สูงอายุระยะยาวในเขตสุขภาพที่ 11 โดยใช้กระบวนเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning Process)
กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มแกนนำหน่วยงานภาครัฐ กลุ่มที่ 2 กลุ่มแกนนำภาคเอกชน และ
กลุ่มที่ 3 กลุ่มแกนนำภาคประชาชน โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการประชุม
กลุ่ม ผสานวิธีกับการวิจัยเชิงสำรวจ ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลสุขภาพ ประกอบการสัมภาษณ์ ผลการวิจัย พบว่า กระบวนเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มี 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอน 1 การรวบรวมข้อมูลและ สถานการณ์ ขั้นตอน 2 การวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ ขั้นตอน 3 การวางแผนการดำเนินงาน ขั้นตอน 4 การปฏิบัติการ และ ขั้นตอน 5 การติดตามและประเมินผล มีผลทำให้ภาคีที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ข้อมูลและเข้าใจสถานการณ์ปัญหาระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างแท้จริง เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเข้าใจ ส่งผลให้ภาคีเครือข่ายทุกระดับ รวมทั้งท้องถิ่น และชุมชนรู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น รวมททั้งได้รับรู้ถึงทุนทางสังคมที่มรอยู่ สามารถนำ มาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการวางระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว ในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว นำไปสู่การจัดทำแผนระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว มี 4 ยุทธศาสตร์หลัก และจากการศึกษาระบบบริการสุขภาพการดูแลสุขภาพทั้งในหน่วยบริการและชุมชน พบว่า มีการตรวจคัดกรองโรค การตรวจประเมินภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุ ระบบการส่งต่อไปหน่วยบริการ การดูแลที่บ้าน มีการอบรมให้ความรู้กับแกนนำชุมชน มีทีมหมอครอบครัวในการดำเนินงานแต่ละพื้นที่ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องควรมีแผนงานเชิงบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะหน่วยงาน
ในระดับพื้นที่ และควรมีทีมทำงานที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาดูแลร่วมกันในการติดตามและประเมินผลจะก่อให้เกิดการพัฒนา
ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
2. กลุ่มงานวิชาการ. รายงานผลการดำเนินงาน ปี 2559.ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารอัดสำเนา, 2559
3. ประดิษฐ์ สินธวณรงค์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข. (ข่าวออนไลน์). เข้าถึงได้จากhttp://www.lerdsin.go.th/modules.php?name=News&file=article&sid=3835, 13 มีนาคม 2559
4. ชญานิศ เขียวสด และคณะ. การศึกษาและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผ้สู ูงอายุระยะยาวด้วยการบูรณาการการมีส่วนร่วมของชุมชน. กลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น, 2553.
5. เพ็ญจันทร์ สิทธิปรีชาชาญและคณะ. กระบวนการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลมาบแค. วารสารพยาบาลทหารบก ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 (พ.ค. – ส.ค.), 2555.
6. จิติศักดิ์ พูนศรีสวัสดิ์. “แนวคิดการพัฒนาความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน”. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก :
http://www.vcharkarn.com/vblog/113841, สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2559.
7. ถาวร สกุลพานิชย์. “รายงานวิจัยค่าใช้จ่ายให้บริการสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุ อีก 12 ปีข้างหน้า”.(ออนไลน์).
เข้าถึงได้จาก : http://www.thairath.co.th/content/172273, สืบค้นเมื่อ13 มีนาคม 2559.
8. พารุณี เกตุกราย. “ความสัมพันธ์ระหว่างภาระการดูแลบุคคลในครอบครัวที่เจ็บป่วยการดูแลตนเอง ความต้องการการช่วยเหลือของญาติผู้ดูแลที่ทำงานนอกบ้าน”. วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาล ศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่, บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล, 2550.
9. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. รายงานการสังเคราะห์ระบบการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวสำหรับประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1, กรุงเทพฯ : , 2553.
10. วิพรรณ ประจวบเหมาะ และ คณะ. “รายงานการศึกษาโครงการสร้างระบบการติดตามและประเมินผลแผนผู้สูงอายุ แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545 – 2564)”.
11. เวศน์ สุวรรณดารา และคณะ. “การเงินการคลังสำหรับการดูแลระยะยาวของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร”.รายงานการวิจัยโครงการวิจัยระบบการดูแลระยะยาวเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงเพื่อวัยสูงอายุ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2552.
12. ศศิพัฒน์ ยอดเพชร และคณะ. “โครงการตัวแบบการดูแลผู้สูงอายุที่ดีของครอบครัวและชุมชนชนบทไทย”.รายงานการวิจัย, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย,2552.
13. ศิริพันธุ์ สาสัตย์ และคณะ. “การศึกษาสถานดูแลผู้สูงอายุระยะยาวในประเทศไทย”. รายงานการวิจัย, มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2552.
14. ศิริพันธุ์ สาสัตย์ และคณะ. “รูปแบบการดูแลผู้สูงอายุในสถานดูแลระยะยาวในประเทศไทย”. รายงานการวิจัย, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), 2552.
15. สัมฤทธิ์ ศรีธำรงค์สวัสดิ์ และ กนิษฐา บุญธรรมเจริญ.รายงานการสังเคราะห์ระบบการดูแลผู้สูงอายุ ในระยะยาวสำหรับประเทศไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท ที คิว พีจำกัด, 2553
16. อังคณาพร สอนง่าย และคณะ. “การใช้ชุมชนเป็นฐานในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในชนบทจังหวัดพิษณุโลก : การวิเคราะห์สถานการณ์”. รายงานการวิจัย, วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสวรรคประชารักษ์ นครสวรรค์, 2555
17. Bright, Mary Anne. Holistic Health and Healing.Philadelphia: F.A. Davis, 2002
18. Forster, Diana, Pike, Susan. Health Promotion for All. Edinburgh, New York: Churchill Livingstone,
1995.
19. Pickett, George E., Hanlon, John J. (1990). PublicHealth: Administration and Practice, St. Louis:Times Mirror, Mosby College Pub, 9th , 1990.
20. Schulmerich, et. al. Home Health Care Administration.Albany, N.Y.: Delmar Pub, 1996.