การพยาบาลผู้ป่วยโรคตับแข็งที่มีภาวะแทรกซ้อน : กรณีศึกษาเปรียบเทียบ
บทคัดย่อ
โรคตับแข็ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อประชากรจำนวนประมาณ 25,000 คนในแต่ละปี ทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นบุคคลที่พร่องสมรรถภาพ และมีประสิทธิภาพในการทำ งานลดน้อยลงในช่วงบั้นปลายของชีวิตซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ และทางสังคมอย่างยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องมาจากการดื่มสุรา ถึงแม้ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เคยดื่มสุรามาก่อน แต่เกิดจากการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ดังนั้นบทบาทของพยาบาลและทีมผู้ดูแลสุขภาพต้องดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริม การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพให้แก่ผู้ป่วย การให้ความรู้ คำแนะนำที่ดี การให้กำลังใจร่วมกับญาติผู้ป่วย การหาสิ่งที่เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็งมีกำ ลังใจสามารถที่จะเลิกดื่มสุราได้อย่างเด็ดขาด เมื่อเข้ารับการรักษาจะส่งผลดีต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นและสามารถที่จะดำ รงชีวิตอยู่ภายในสังคมได้อย่างปกติสุข
รายงานผู้ป่วยนี้นำ เสนอผู้ป่วย 2 ราย รายที่ 1 ผู้ป่วยชายไทยคู่ อายุ 69 ปี เข้ารับการรักษา ด้วยโรคตับแข็งที่มีภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีนิ่วในถุงนำดี ถุงน้ำดีอักเสบและพบข้อสงสัยว่าเป็นมะเร็งตับร่วมด้วย แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะจนอาการทุเลาผู้ป่วยขอกลับบ้านไม่ผ่าตัดไม่ต้องการสืบค้นเรื่องโรคมะเร็งต่อ่ไป ได้มีการนอนรักษาในโรงพยาบาลนาน 21 วัน และมาตามนัดเป็นผู้ป่วยนอก รายที่ 2 ผู้ป่วยชายไทยคู่ อายุ 53 ปี เข้ารับการรักษา เนื่องจาก 30 นาที ก่อนมาโรงพยาบาลได้มีอาการอาเจียนเป็นเลือด
สด ๆ 1 ครั้ง ประมาณ 2 แก้วน้ำก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน มีอาการท้องโตขึ้น ปวดท้อง แพทย์ตรวจอาการจึงวินิจฉัยเป็นตับแข็ง มีภาวะตับอักสบจาก
แอลกอฮอล์ เกิดอาการขาดแอลกอฮอล์ขณะนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนาน 15 วัน
จากกรณีศึกษาพบว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 รายได้รับการดูแลรักษาพยาบาลจากทีมสุขภาพ และได้รับความร่วมมือและกำลังใจจากญาติผู้ป่วยเป็นอย่างดี นอกจากนั้นผู้ป่วยยังมีศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดีคือลูกและครอบครัว ทำให้เลิกดื่มสุราอย่างเด็ดขาด เป็นผลให้เข้ารับการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง มีผลการรักษาที่ดีในผู้ป่วยรายที่ 2 ถึงแม้ผู้ป่วยรายแรกเป็นช่วงปลายของชีวิต และเสียชีวิตในที่สุด แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างอบอุ่นที่บ้านท่ามกลางบุตรและภรรยา
เอกสารอ้างอิง
2. คณาจารย์สถาบันพระบรมราชชนก. (2553). การพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เล่ม 1 (ปรับปรุงครั้งที่ 1.) พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ : บริษัทยุทธรินทร์ การพิมพ์ จำกัด.
3. เจริญศรี มังกรกาญจน์. (2550). หน้าที่ของตับ. (ออนไลน์). สืบคันได้จาก http //www.si.mahidol.ac.th สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556.
4. ชวนพิศ วงศ์สามัญ. (2552). การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 13. ขอนแก่น : หจก.ขอนแก่นการพิมพ์.
5. ธัญญลักษณ์ วจนะวิศษฐ และ ภัสพร ขำวิชา. (2553). การจัดการพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ.ในผ่องศรี ศรีมรกต (บก.) การาพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ เล่ม 2.กรุงเทพฯ:บริษัท ไอกรุ๊ปเพรส จำกัด.
6. ประสาร เปรมสกุล. (2554). คู่มือแปลผลตรวจเลือด. พิมพ์ครั้งที่ 5.กรุงเทพฯ : หจก.อรุณการพิมพ์.
7. ปราณี ทู้ไพเราะ.(2552). คู่มือยา.กรุงเทพมหานคร : N P Press Limite partnership
8. ปรียา ลีฬหกุล. (2556). โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคตับแข็ง 1. (ออนไลน์). สืบคันได้จาก http://www.thailiverfoundation.org/th/cms/ddetail.php?id=34..
สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556.
9. รุ่งฤดี ชัยธีรกิจ, ปิยวัฒน์ โกมลมิศร์และสมบัติ ตรีประเสริฐสุข ( 2551). ปัญหาไตวายเฉียบพลันในผู้ป่วยตับแข็งในสุเทพ กลชาญวิทย์, ปิยวัฒน์ โกมลมิศร์, รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต,
สมบัติ ตรีประเสริฐสุข และวโรชา มหาชัย(บก). โรคทางเดินอาหารและการรักษา 5 กรุงเทพมหานคร, โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด.
10. พวงทอง ไกลพิบูลย์. (2556). ตับแข็ง.(ออนไลน์). สืบค้นได้จาก http//haamor.com สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556.ในผู้ป่วยโรคตับแข็ง. ใน สุเทพ กลชาญวิทย์,
ปิยะวัฒาน์ โกมลทิศร์, รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต, สมบัติ ตรีประเสริฐสุขและวโรชา มหาชัย (บก.), โรคทางเดินอาหารและการรักษา 5.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด.
11. วรวุฒิ เจริญศิริ. (2556). โรงตับแข็ง. (ออนไลน์). สืบค้นได้จาก http://www.bangkokhealth.com/index.php/health/health-system/gastro/สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556
12. วีนัส ลีฬหกุล.(2552). พยาธิสรีรภาพของตับ ทางเดินน้ำดี และตับอ่อน.ใน ลิวรรณ อุนนาภิรักษ์ จันทนา รณฤทธิวิชัย, วิไลวรรณ ทองเจริญ, วีนัสลีฬหุลและ พัสมณฑ์ คุ้มทวีพร (บก), พยาธิสรีรวิทยาทางการพยาบาล. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: บริษัท บุญศิริการพิมพ์ จำกัด.
13. สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย. (2540). วิวัฒนาการในโรคระบบทางเดินอาหาร. พิมพ์ครั้งที่ 1 เรือนแก้วการพิมพ์.กรุงเทพฯ.
14. สิริยา สัมมาวาจ. (2552). ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร. ในสุจินดา ริมศรีทอง,สุดาพรรณ ธัญจิรา และ อรุณศรี เตชัสหงส์ (บก.),พยาธิสรีรวิทยาทางการพยาบาล เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: บริษัทสามเจริญพาณิชย์ จำกัด.
15. สุคนธิ์ คอนดีและเกศินี เห็นพิทักษ์. กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 4 โรงพิมพ์แพร่การช่าง.กรุงเทพมหานคร
16. สุภนิติ์ นิวาตวงศ์. (2554). Transplantation. ใน สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ และพัฒน์พงศ์ (บก.) ตำราศัลยศาส่ตร์.พิมพ์ครั้งที่ 12.สงขลา: โรงพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
17. สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. (2547). 100เรื่อง 100 โรคเรื่องที่ 41ตับแข็ง.กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี.
18. Agur, A, M , R, Dalley, A, F, (2005) Grant, S Atlas of Anatomy, Philadephia, London, A Wolters Kluwer company
19. Black, J, M, Hawks, J , H, (2010). การจัดการพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับในธัญญลักษณ์ วจนะวิษฐ, ภัสพร ขำวิชา(ผู้แปล). Medical- surgical nursing. Coppyrightpte Ltd Singapore.
20. Garcia – Tsao, G, Lim, J. (2009). Management and Treatment of Patients With cirrhosis and Portal Hypertension: Recommendation From the Department of Veterans Affairs Hepatitis C Resource Cente Program and the National Hepatitis C Program. The American lournal of Gastroenterogy . 104(1), 1802-1829.
21. National institutes of health. (2005). What I need to Know about Cirrhosis of the Liver. (ออนไลน์). สืบค้นได้จาก WWW.digestive. Niddk..nih.gov.