ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ที่คลอด ณ โรงพยาบาลกระบี่ : ความชุก ปัจจัยเสี่ยง
คำสำคัญ:
ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์, ความชุก, ปัจจัยเสี่ยงบทคัดย่อ
ภาวะโลหิตจางเป็นความผิดปกติของเลือดที่พบบ่อยที่สุดในสตรีตั้งครรภ์ การวินิจฉัยได้ตั้งแต่แรกและทราบสาเหตุของภาวะโลหิตจาง จะสามารถแก้ไขและรักษาภาวะนี้ได้อย่างเหมาะสมและสามารถลดภาวะแทรกซ้อนในมารดาและทารกได้ ซึ่งถือเป็นข้อบ่งชี้ถึงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยทางสูติกรรม สตรีตั้งครรภ์ที่คลอดในโรงพยาบาลกระบี่ส่วนใหญ่ไม่ได้ฝากครรภ์ในโรงพยาบาลกระบี่ จำนวนร้อยละ 95 และโรงพยาบาลกระบี่ยังไม่เคยมีการศึกษาที่เป็นระบบเกี่ยวกับภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ การวิจัยเป็นเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ศึกษาสตรีตั้งครรภ์ที่คลอดในโรงพยาบาลกระบี่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 ถึง เดือนธันวาคม 2556 โดยไม่จำกัดอายุครรภ์ จำนวน 4,892 ราย เกณฑ์ที่ถือว่ามีภาวะโลหิตจางใช้ค่าฮีมาโตคริด น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 33 ผลการวิจัยพบว่าความชุกของภาวะโลหิตจางต่อการคลอดเท่ากับร้อยละ 31.87 ค่าเฉลี่ยฮีมาโตคริด ทั้งหมดร้อยละ 35.11 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.61 ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโลหิตจางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติคือ อายุ (p=0.001),จำนวนครั้งของการตั้งครรภ์(p=0.000), จำนวนครั้งของการแท้งบุตร(p=0.003) , การฝากครรภ์(p=0.000) และภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์(p=0.000) ผู้วิจัยเสนอแนะว่าเมื่อทราบอุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะโลหิตจางต่อการคลอดในโรงพยาบาลกระบี่สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาระบบบริการฝากครรภ์ของจังหวัดกระบี่ เพื่อให้บริการ ควบคุมและป้องกันภาวะโลหิตจางเชิงรุก อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลต่อไป
เอกสารอ้างอิง
URL:http://www.who.int/rhl/pregnancy_childbirth/ medical/anaemia/cfcom/en/.
2. รศ.อ.นพ.วิเชียร มงคลศรีตระกูล . การตั้งครรภ์ VS เลือดจาง ...อันตรายแค่ไหน ? . Available from: URL: http://www.islammore.com/main/content.php%3F...
3. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่.การประชุมวิชาการสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ประจำปี พ.ศ.2553: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่;2553
4. พิชัย โชตินพรัตน์ภัทร,สมภพ ลิ้มพงศานุรักษ์,พงศ์ศักดิ์ จันทร์งาม. ความชุกของภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ที่คลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.จุฬาลงกรณ์เวชสาร 2546;47:223-30
5. Cunningham FG,Leveno KJ, Gilstrap lll LC, Wenstrom KD. Williams Obstetrics. 22nd ed. New York:Mc Graw-Hill;2005
6. Centers For Disease Control and Prevention. Recommendations to prevent and control iron deficiency in the United States. MMWR Recmm Rep (online) 1998 Apr (cited 2008 May 24);3(47 RR-3):(2 screens). Available from: URL: http://www. cdc.gov/mmwR/preview/mmwrhtml/00051880.htm
7. สุวิทย์ อุดมกิตติ, สายชล พฤกษ์ขจร. ภาวะโลหิตจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา.วารสารวิชาการ รพศ/รพท เขต 4 2552; 11:46-52
8. รายิน อโรร่า ชยันตร์ธร ปทุมานนท์ ชไมพร ทวิชศรี . ภาวะโลหิตจางในสตรีที่มาฝากครรภ์ ณ โรงพยาบาลลำปาง : ความชุก สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยง . ลำปางเวชสาร 2552; 30:28-35
9. ประเทือง เหลี่ยมพงศาพุทธิ,ชยันตร์ ปทุมานนท์,ชไมพร ทวิชศรี.ผลของภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ต่อน้ำหนักทารกแรกคลอดเมื่อครรภ์ครบกำหนดที่โรงพยาบาลลำปาง.วารสารวิชาการสาธารณสุข 2547;13(4):559-66
10. ถวัลย์วงศ์ รัตนสิริ, ชุติมา เจริญสินทรัพย์. ความชุกของภาวะเลือดจางในสตรีตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร 2547;19:189-97
11. Ogbeide O,Wagbutsoma V,Orhue A.Anemia in pregnancy.East Apr Med J 1994;71:671-3
12. Mahfong AA,Said MM,Alakija W,Badawi IA, Erian RA, Moneim MA. Anemia among pregnancy women in the Asia region. Southeast AsianJ Trop Med Pulbic Health 1994;25:251-8
13. Desalegn S. Prevalence of anemia in pregnancy in Jimatown.Ethiop Med J 1993;31:p251-8